ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กร ปี 2563

ธนาคารกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานระยะยาวขององค์กร ทั้งตัวชี้วัดผลการดำเนินงานทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงิน โดยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กรนี้จะใช้เป็นปัจจัยสำหรับการพิจารณาเงินโบนัสสำหรับพนักงานของธนาคาร

 

การรวมกิจการ (25%):

ธนาคารให้ความสำคัญกับการรวมกิจการโดยมุ่งสร้างความพร้อมของระบบต่างๆ และการเชื่อมโยงของระบบของทั้งสองธนาคารเป็นอย่างมาก เพื่อให้การโอนถ่ายลูกค้าจากธนาคารธนชาติเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer: EBT) ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2564 โดยธนาคารวัดความสำเร็จจากการโอนถ่ายลูกค้าและการดำเนินงานตามแผนการรวมกิจการ

 

สภาพคล่องทางการเงิน ความพอเพียงของเงินกองทุน และผลกำไร (20%):

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 การวัดผลกำไรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการชี้วัดความสำเร็จเชิงการเงิน ธนาคารได้เพิ่มตัวชี้วัดเพื่อติดตามสภาพคล่องทางการเงินและความพอเพียงของเงินกองทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารและสนับสนุนผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่างๆ ให้ก้าวพ้นภาวะวิกฤตนี้ ความสำเร็จของการดำเนินงานเชิงการเงินของธนาคารขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างรายได้ การบริหารจัดการต้นทุน รวมไปถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินและความพอเพียงของเงินกองทุน ตัวอย่างตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เช่น %CET1 และ %C/I

 

การบริหารความเสี่ยง (20%):

การบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ธนาคารเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยธนาคารมีหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเงินและด้านอื่นๆ ทั้งในระยะสั้นและยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามแผนธุรกิจได้สำเร็จลุล่วงและสอดคล้องกับกฎระเบียบ ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ธนาคารติดตาม ได้แก่ NPL/Stage3 การประเมินของหน่วยงานกำกับดูแล และประเด็นการตรวจสอบภายใน/ความสอดคล้องกฎระเบียบ

 

ความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต (10%):

ลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การวัดความสำเร็จในด้านนี้ไม่เพียงครอบคลุมการสร้างผลประกอบการทางการเงินในระยะสั้น แต่ยังครอบคลุมถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและธนาคาร และคุณภาพของการให้บริการต่อลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้ามีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับธนาคารในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ความพึงพอใจของลูกค้าและจำนวนลูกค้าที่ใช้ธนาคารเป็นหลักจึงเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ธนาคารติดตามในด้านนี้

 

การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (10%):

จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการเงินในปัจจุบัน ธนาคารเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัลมีความจำเป็นอย่างยิ่งและจะต้องเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ทิศทาง "Digital First" และเพิ่มความคล่องตัวขององค์กรมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยธนาคารวัดความสำเร็จจากการติดตามแผนงานการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัลและการเจาะกลุ่มลูกค้าสู่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลแบงกิ้งของธนาคาร

 

พนักงานและวัฒนธรรมองค์กร (10%):

ทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนสู่การบริการที่เป็นเลิศ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานจึงมีความสำคัญสำหรับธนาคารอย่างมาก นอกจากนี้ การจัดสรรพนักงานให้สอดรับกับการรวมกิจการยังเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญ เนื่องจากบางหน่วยงานอาจมีจำนวนบุคลากรที่ขาดหรือเกินความจำเป็น ซึ่งธนาคารจะดูแลและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้ภายในองค์กรอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะช่วงโอนกิจการนี้ ตัวชี้วัดที่ธนาคารติดตาม ได้แก่ อัตราการสูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและอัตราการจ้างงานภายใน

 

ความยั่งยืนขององค์กร (5%):

ธนาคารมุ่งมั่นที่จะผนวกความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายในการหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบเชิงลบจากการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์ และการบริการของธนาคาร พร้อมแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก โดยธนาคารบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัดในมิติที่หลากหลายเพื่อให้สะท้อนถึงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง เช่น ผลการรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน การลดการใช้ทรัพยากร เช่น พลังงาน ก๊าซเรือนกระจกและน้ำ เงินกู้ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในเชิงบวก และอัตราการอนุมัติคำขอเข้าร่วมโครงการบรรเทาหนี้ของลูกค้า

ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กร ปี 2563

ธนาคารกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานระยะยาวขององค์กร ทั้งตัวชี้วัดผลการดำเนินงานทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงิน โดยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กรนี้จะใช้เป็นปัจจัยสำหรับการพิจารณาเงินโบนัสสำหรับพนักงานของธนาคาร

 

การรวมกิจการ (25%):

ธนาคารให้ความสำคัญกับการรวมกิจการโดยมุ่งสร้างความพร้อมของระบบต่างๆ และการเชื่อมโยงของระบบของทั้งสองธนาคารเป็นอย่างมาก เพื่อให้การโอนถ่ายลูกค้าจากธนาคารธนชาติเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer: EBT) ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2564 โดยธนาคารวัดความสำเร็จจากการโอนถ่ายลูกค้าและการดำเนินงานตามแผนการรวมกิจการ

 

สภาพคล่องทางการเงิน ความพอเพียงของเงินกองทุน และผลกำไร (20%):

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 การวัดผลกำไรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการชี้วัดความสำเร็จเชิงการเงิน ธนาคารได้เพิ่มตัวชี้วัดเพื่อติดตามสภาพคล่องทางการเงินและความพอเพียงของเงินกองทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารและสนับสนุนผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่างๆ ให้ก้าวพ้นภาวะวิกฤตนี้ ความสำเร็จของการดำเนินงานเชิงการเงินของธนาคารขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างรายได้ การบริหารจัดการต้นทุน รวมไปถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินและความพอเพียงของเงินกองทุน ตัวอย่างตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เช่น %CET1 และ %C/I

 

การบริหารความเสี่ยง (20%):

การบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ธนาคารเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยธนาคารมีหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเงินและด้านอื่นๆ ทั้งในระยะสั้นและยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามแผนธุรกิจได้สำเร็จลุล่วงและสอดคล้องกับกฎระเบียบ ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ธนาคารติดตาม ได้แก่ NPL/Stage3 การประเมินของหน่วยงานกำกับดูแล และประเด็นการตรวจสอบภายใน/ความสอดคล้องกฎระเบียบ

 

ความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต (10%):

ลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การวัดความสำเร็จในด้านนี้ไม่เพียงครอบคลุมการสร้างผลประกอบการทางการเงินในระยะสั้น แต่ยังครอบคลุมถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและธนาคาร และคุณภาพของการให้บริการต่อลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้ามีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับธนาคารในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ความพึงพอใจของลูกค้าและจำนวนลูกค้าที่ใช้ธนาคารเป็นหลักจึงเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ธนาคารติดตามในด้านนี้

 

การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (10%):

จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการเงินในปัจจุบัน ธนาคารเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัลมีความจำเป็นอย่างยิ่งและจะต้องเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ทิศทาง "Digital First" และเพิ่มความคล่องตัวขององค์กรมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยธนาคารวัดความสำเร็จจากการติดตามแผนงานการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัลและการเจาะกลุ่มลูกค้าสู่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลแบงกิ้งของธนาคาร

 

พนักงานและวัฒนธรรมองค์กร (10%):

ทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนสู่การบริการที่เป็นเลิศ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานจึงมีความสำคัญสำหรับธนาคารอย่างมาก นอกจากนี้ การจัดสรรพนักงานให้สอดรับกับการรวมกิจการยังเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญ เนื่องจากบางหน่วยงานอาจมีจำนวนบุคลากรที่ขาดหรือเกินความจำเป็น ซึ่งธนาคารจะดูแลและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้ภายในองค์กรอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะช่วงโอนกิจการนี้ ตัวชี้วัดที่ธนาคารติดตาม ได้แก่ อัตราการสูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและอัตราการจ้างงานภายใน

 

ความยั่งยืนขององค์กร (5%):

ธนาคารมุ่งมั่นที่จะผนวกความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายในการหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบเชิงลบจากการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์ และการบริการของธนาคาร พร้อมแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก โดยธนาคารบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัดในมิติที่หลากหลายเพื่อให้สะท้อนถึงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง เช่น ผลการรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน การลดการใช้ทรัพยากร เช่น พลังงาน ก๊าซเรือนกระจกและน้ำ เงินกู้ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในเชิงบวก และอัตราการอนุมัติคำขอเข้าร่วมโครงการบรรเทาหนี้ของลูกค้า

ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กร ปี 2563

ธนาคารกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานระยะยาวขององค์กร ทั้งตัวชี้วัดผลการดำเนินงานทางการเงินและที่ไม่ใช่ทางการเงิน โดยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กรนี้จะใช้เป็นปัจจัยสำหรับการพิจารณาเงินโบนัสสำหรับพนักงานของธนาคาร

 

การรวมกิจการ (25%):

ธนาคารให้ความสำคัญกับการรวมกิจการโดยมุ่งสร้างความพร้อมของระบบต่างๆ และการเชื่อมโยงของระบบของทั้งสองธนาคารเป็นอย่างมาก เพื่อให้การโอนถ่ายลูกค้าจากธนาคารธนชาติเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer: EBT) ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2564 โดยธนาคารวัดความสำเร็จจากการโอนถ่ายลูกค้าและการดำเนินงานตามแผนการรวมกิจการ

 

สภาพคล่องทางการเงิน ความพอเพียงของเงินกองทุน และผลกำไร (20%):

ด้วยสถานการณ์โควิด-19 การวัดผลกำไรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการชี้วัดความสำเร็จเชิงการเงิน ธนาคารได้เพิ่มตัวชี้วัดเพื่อติดตามสภาพคล่องทางการเงินและความพอเพียงของเงินกองทุน ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารและสนับสนุนผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่างๆ ให้ก้าวพ้นภาวะวิกฤตนี้ ความสำเร็จของการดำเนินงานเชิงการเงินของธนาคารขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างรายได้ การบริหารจัดการต้นทุน รวมไปถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินและความพอเพียงของเงินกองทุน ตัวอย่างตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เช่น %CET1 และ %C/I

 

การบริหารความเสี่ยง (20%):

การบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ธนาคารเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยธนาคารมีหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเงินและด้านอื่นๆ ทั้งในระยะสั้นและยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามแผนธุรกิจได้สำเร็จลุล่วงและสอดคล้องกับกฎระเบียบ ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ธนาคารติดตาม ได้แก่ NPL/Stage3 การประเมินของหน่วยงานกำกับดูแล และประเด็นการตรวจสอบภายใน/ความสอดคล้องกฎระเบียบ

 

ความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต (10%):

ลูกค้าคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การวัดความสำเร็จในด้านนี้ไม่เพียงครอบคลุมการสร้างผลประกอบการทางการเงินในระยะสั้น แต่ยังครอบคลุมถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและธนาคาร และคุณภาพของการให้บริการต่อลูกค้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้ามีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับธนาคารในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ความพึงพอใจของลูกค้าและจำนวนลูกค้าที่ใช้ธนาคารเป็นหลักจึงเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่ธนาคารติดตามในด้านนี้

 

การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (10%):

จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมการเงินในปัจจุบัน ธนาคารเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัลมีความจำเป็นอย่างยิ่งและจะต้องเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ทิศทาง "Digital First" และเพิ่มความคล่องตัวขององค์กรมากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ โดยธนาคารวัดความสำเร็จจากการติดตามแผนงานการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ยุคดิจิทัลและการเจาะกลุ่มลูกค้าสู่การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลแบงกิ้งของธนาคาร

 

พนักงานและวัฒนธรรมองค์กร (10%):

ทรัพยากรบุคคลเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับการขับเคลื่อนสู่การบริการที่เป็นเลิศ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานจึงมีความสำคัญสำหรับธนาคารอย่างมาก นอกจากนี้ การจัดสรรพนักงานให้สอดรับกับการรวมกิจการยังเป็นสิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญ เนื่องจากบางหน่วยงานอาจมีจำนวนบุคลากรที่ขาดหรือเกินความจำเป็น ซึ่งธนาคารจะดูแลและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้ภายในองค์กรอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะช่วงโอนกิจการนี้ ตัวชี้วัดที่ธนาคารติดตาม ได้แก่ อัตราการสูญเสียบุคลากรที่มีศักยภาพสูงและอัตราการจ้างงานภายใน

 

ความยั่งยืนขององค์กร (5%):

ธนาคารมุ่งมั่นที่จะผนวกความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ โดยมีจุดมุ่งหมายในการหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบเชิงลบจากการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์ และการบริการของธนาคาร พร้อมแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก โดยธนาคารบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัดในมิติที่หลากหลายเพื่อให้สะท้อนถึงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง เช่น ผลการรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน การลดการใช้ทรัพยากร เช่น พลังงาน ก๊าซเรือนกระจกและน้ำ เงินกู้ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในเชิงบวก และอัตราการอนุมัติคำขอเข้าร่วมโครงการบรรเทาหนี้ของลูกค้า