external-popup-close

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์
ttbbank.com ไปยังเว็บไซต์อื่น

ตกลง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

เนื่องด้วยธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะ (1) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์ของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็น เคยเป็น หรืออาจเป็นลูกค้าของธนาคารต่อไป หรือ (2) บุคคลนอกจากที่ระบุในข้อ (1) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง พนักงาน ผู้สมัครงาน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ติดต่อ ผู้ให้บริการภายนอก บุคคลทั่วไปที่เข้ามาในสำนักงานของธนาคารหรือ เว็บไซต์ของธนาคาร ตัวแทน ผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล ดังนั้น ธนาคารจึงใช้มาตรการการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลขั้นสูงและขั้นตอนการดำเนินงานที่เข้มงวดเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ให้ถูกเข้าถึง นำไปใช้ เปลี่ยนแปลง หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเจตนาไม่สุจริตที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย เปลี่ยนแปลง หรือสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (“พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น ธนาคารจึงได้จัดทำนโยบายฉบับนี้ขึ้นเพื่อชี้แจงให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบว่าธนาคารมีการเก็บรวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใด และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ใคร รวมถึงการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ โดยแสดงรายละเอียดในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนชี้แจงสิทธิของท่านตามกฎหมายให้ท่านทราบ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย

“ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามกฎหมายหมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่สามารถระบุตัวตนท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม) ทั้งที่ธนาคารได้รับจากท่านโดยตรง หรือได้รับมาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ, กรมบังคับคดี และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสถาบันการเงิน บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน บริษัทพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร และที่ปรึกษาทางการเงิน เป็นต้น

ในกรณีที่ท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่ธนาคารในการทำธุรกรรมกับธนาคารหรือในกรณีอื่นใด ธนาคารขอให้ท่านแจ้งให้บุคคลดังกล่าวทราบถึงรายละเอียดการเก็บรวบรวม การใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิตามนโยบายฉบับนี้ด้วย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้

  1. ผู้บรรลุนิติภาวะ หมายถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป หรือผู้ที่สมรสตั้งแต่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือผู้ที่สมรสก่อนอายุ 17 ปี โดยศาลอนุญาตให้ทำการสมรส
  2. ผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และมิได้สมรสตามข้อ 1. ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครองผู้เยาว์ด้วย
  3. คนเสมือนไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่มีร่างกายพิการหรือมีจิตไม่ปกติ (แต่ไม่ถึงวิกลจริต) หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเป็นประจำ หรือติดสิ่งเสพติด หรือมีเหตุอื่นในทำนองเดียวกัน จนทำให้ไม่สามารถจะจัดทำการงานด้วยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว และศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถก่อน
  4. คนไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่หย่อนความสามารถเพราะเป็นคนวิกลจริตถึงขนาดที่ไม่สามารถจัดกิจการงานของตนเองได้ และศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมจะต้องได้รับความยินยอมจาก ผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถก่อน

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยตามนโยบายฉบับนี้มีทั้งข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลทั้งสองประเภทรวมกันว่า “ข้อมูล” โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป ได้แก่

  • ข้อมูลแสดงตัวตนของท่าน (Identification Information) เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง วัน/เดือน/ปีเกิด ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
  • ข้อมูลการทำธุรกรรมของท่านกับธนาคาร (Transactional Information) เช่น หมายเลขบัญชีเงินฝาก/เงินลงทุน หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขบัตรเดบิต หรือ รายงานข้อมูลการเบิก/ถอนเงินในบัญชี เป็นต้น
  • ข้อมูลทางการเงิน (Financial Information) เช่น ข้อมูลรายได้ รายจ่าย ยอดเงินฝากที่มีกับธนาคาร ประวัติสินเชื่อที่มีอยู่กับธนาคารหรือข้อมูลการชำระหนี้ ข้อมูลจากฐานข้อมูลของกรมบังคับคดี เป็นต้น
  • ข้อมูลสถานะของบุคคล (Marital Status) เช่น โสด หรือสมรส เป็นต้น
  • ข้อมูลทรัพย์สินของท่าน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถยนต์ เป็นต้น
  • ความชื่นชอบของท่านในการค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต (Online Behavior Information) เช่น การค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์ของธนาคาร (Website Browsing) จากการใช้ Cookies หรือการเชื่อมต่อเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ท่านเข้าไปค้นหาข้อมูล เป็นต้น
  • เทปบันทึกภาพ เสียง (Audio and Visual Information) รวมถึงภาพเคลื่อนไหว (VDO, CCTV) กรณีที่ท่านเข้ามาติดต่อที่สำนักงานของธนาคาร หรือการทำธุรกรรมผ่าน Video Call หรือผ่าน ttb contact center ที่ 1428 หรือ +66 2241 1428 สำหรับท่านที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ
  • ข้อมูลแสดงตัวตนของบุคคลผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจ (Identification Information of Authorized Representative of Juristic Person) เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง วัน/เดือน/ปีเกิด ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ของกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน รวมถึงตัวแทนของลูกค้านิติบุคคล เป็นต้น

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และมีความเสี่ยงต่อการถูกใช้ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสหภาพแรงงาน ความพิการ ข้อมูลพันธุกรรม หรือ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลเครดิต (NCB) ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อใช้ในการพิสูจน์หรือตรวจสอบตัวตน (Biometric Information) เช่น ข้อมูลแบบจำลองลายพิมพ์นิ้วมือ (finger print) ข้อมูลแบบจำลองใบหน้า (facial recognition) ข้อมูลสแกนม่านตา (iris scan) หรือ ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง (voice recognition) เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป ธนาคารมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยมีรายละเอียด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลดังต่อไปนี้


เลื่อนเพื่อดูรายละเอียด

ข้อมูลแสดงตัวตน สถานะ ข้อมูลในการติดต่อ ข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลอื่น ๆ
  • ชื่อ-นามสกุล ภาษาไทย
  • ชื่อ-นามสกุล ภาษาอังกฤษ
  • เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน/หนังสือเดินทาง / ใบอนุญาตขับรถ (แล้วแต่กรณี)
  • วัน เดือน ปี เกิด
  • อาชีพ
  • เพศ
  • สถานะทางครอบครัว
  • จำนวนบุตร
  • ระดับการศึกษา
  • สถานที่ทำงาน
  • เงินเดือน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • ที่อยู่ในการติดต่อ
  • ที่อยู่ที่ทำงาน
  • อีเมลส่วนตัว
  • อีเมลที่ทำงาน
  • มือถือ
  • เบอร์โทรศัพท์บ้าน
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน
  • ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่กับธนาคาร
  • ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิดหรือการบันทึกภาพ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณธนาคารตามมาตรการป้องกันความเสี่ยง

วัตถุประสงค์ที่ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
  1. การปฏิบัติตามสัญญาระหว่างท่านกับธนาคาร เช่น
    • การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของท่านกับธนาคาร เช่น การเปิดบัญชี การขอสินเชื่อ การใช้บริการต่าง ๆ ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) หรือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) หรือช่องทางต่าง ๆ ที่ธนาคารกำหนด เป็นต้น
    • การปฏิบัติตามกระบวนการภายในของธนาคารเมื่อท่านมีความประสงค์จะเปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมกับธนาคาร ธนาคารจะต้องดำเนินการตรวจสอบตัวตนของท่านว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริงหรือไม่ รวมถึงการใช้ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ติดต่อท่าน
    • การส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการแก่ท่าน รวมถึงการดำเนินการใด ๆ ของธนาคาร ซึ่งหากไม่ได้ดำเนินการแล้วจะกระทบต่อการให้บริการของธนาคาร หรือจะไม่สามารถให้บริการท่านได้อย่างเป็นธรรมและต่อเนื่อง
    • การทำประกันภัยทรัพย์หลักประกัน การทำประกันชีวิตหรือการทำประกันอุบัติเหตุหรือการทำประกันภัยรถยนต์หรือการทำประกันภัยทรัพย์สินของท่าน การทำประกันภัยความเสี่ยงจากกลุ่มลูกค้าสินเชื่อ เช่น การขอให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้ค้ำประกันกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อของธนาคาร การซื้อประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออก เป็นต้น
    • การโอนขายกลุ่มลูกหนี้ให้แก่บุคคลอื่น เช่น การขายกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อด้อยคุณภาพให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ เป็นต้น
    • การรับ-ส่งเอกสารติดต่อระหว่างท่านกับธนาคาร
    • การทวงถามให้ท่านชำระหนี้ที่ค้างตามสัญญาสินเชื่อที่มีกับธนาคาร
  2. การปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น
    • การป้องกันและตรวจจับความผิดปรกติของธุรกรรมที่นำไปสู่กิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน การก่อการร้าย การฉ้อโกงประชาชน หรือการรายงานข้อมูลของท่านต่อกรมสรรพากร เป็นต้น
    • การรายงานข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลธนาคาร เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกรมสรรพากร หรือเมื่อได้รับหมายเรียก หมายอายัดหรือหมายบังคับคดีจากหน่วยงานราชการ หรือศาล หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เป็นต้น
    • การสนับสนุนการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (“ธปท.”) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน การบริหารจัดการสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตรา การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน รวมถึงการดำเนินนโยบายการเงิน เป็นต้น ตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ธปท. ซึ่งสามารถตรวจดูได้ที่เว็บไซต์ของ ธปท. (https://www.bot.or.th/Thai/Privacypolicy/Pages/default.aspx)
    • การสนับสนุนการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (“คปภ.”) และกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต รวมทั้งกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย ตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ คปภ. ซึ่งสามารถตรวจดูได้ที่เว็บไซต์ของ คปภ.(https://www.oic.or.th)
  3. การใช้สิทธิประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของธนาคาร เช่น
    • การป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น การฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ และชื่อเสียง เป็นต้น ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัทในธุรกิจเดียวกันในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงข้างต้น
    • การบันทึกภาพเคลื่อนไหวของผู้ที่มาติดต่อทำธุรกรรมกับธนาคารหรือสาขาของธนาคารลงบน CCTV เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารของธนาคาร
    • การบริหารความเสี่ยง/การกำกับตรวจสอบ/การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารแต่ไม่รวมถึงการส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
    • การตรวจสอบการรับส่งอีเมลหรือการใช้อินเทอร์เน็ตของพนักงานกับท่าน เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับของธนาคารต่อบุคคลภายนอก
    • การพิสูจน์ตัวตนลูกค้ากรณีสมัครผลิตภัณฑ์และทำธุรกรรมกับธนาคารและมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางดิจิทัลที่สาขาธนาคารหรือเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรวมถึงผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
    • การนำเสนอผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกันกับที่ท่านมีอยู่กับธนาคารและเหมาะสมกับความต้องการของท่านและในการทำวิจัยทางการตลาดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของธนาคารและการรักษาความสัมพันธ์กับท่าน เช่น การจัดการข้อร้องเรียน เป็นต้น
    • การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน ของลูกค้านิติบุคคล
  4. การขอความยินยอมในกรณีที่ไม่สามารถใช้ฐานสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เกณฑ์ทางการ หรือการใช้สิทธิประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของธนาคารได้
  5. ธนาคารอาจมีการขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุด โดยธนาคารมีหน้าที่ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการขอความยินยอมในแต่ละครั้งให้ชัดเจน เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เป็นต้น

    ทั้งนี้ การให้ความยินยอมแก่ธนาคารในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ธนาคารจะไม่มีผลต่อสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่ท่านจะต้องได้รับตามสัญญา ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการให้ความยินยอม คือ ธนาคารสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของท่านอย่างแท้จริง แต่หากท่านไม่ให้ความยินยอมหรือถอนความยินยอม อาจทำให้ท่านไม่ได้รับการเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงกับความต้องการ รวมถึงท่านอาจ เสียโอกาส ที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่

    ธนาคารจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยคำนึงถึงความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อีกทั้ง ธนาคารจะปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบันเสมอ

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและเหตุผล

ธนาคารจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่านอย่างชัดแจ้ง หรือเป็นการทำธุรกรรมตามที่ระบุเงื่อนไขการให้บริการตามสัญญา หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือการใช้สิทธิประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของธนาคาร โดยธนาคารจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้


เลื่อนเพื่อดูรายละเอียด

ประเภทธุรกิจของผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากทางธนาคาร รายละเอียด
บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนด หรือตามความยินยอมของท่านภายใต้นโยบายฉบับนี้ (อ้างอิง โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ https://www.ttbbank.com/th/about-us/corporate-group-structure)
บุคคลภายนอกที่เป็นคู่สัญญากับธนาคารหรือผู้ให้บริการ/ผู้รับจ้างภายนอกของธนาคาร ธนาคารอาจมีการว่าจ้าง หรือทำสัญญากับบุคคลภายนอก เช่น บริษัทอื่น คู่ค้า ตัวแทนของธนาคาร ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ หรือผู้ให้บริการภายนอก เพื่อดำเนินการแทนธนาคาร หรือเพื่อช่วยสนับสนุนการให้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของธนาคารแก่ท่าน ด้วยเหตุนี้ ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการของธนาคาร เช่น
  • บริษัทรับจ้างพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • บริษัทรับจ้างทำกิจกรรมทางการตลาด
  • บริษัทรับจ้างทำวิจัยให้แก่ธนาคาร
  • บริษัทให้บริการเก็บข้อมูลบนระบบ Cloud
  • บริษัทรับจ้างทวงหนี้
  • ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • สถาบันการเงินอื่น สถาบันการเงินตัวแทนในต่างประเทศ เป็นต้น
นิติบุคคลที่รับซื้อหนี้ของท่านต่อจากนาคาร ในกรณีที่ธนาคารมีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ปรับโครงสร้างหนี้ การควบรวมกิจการ การโอนสิทธิ การเลิกกิจการ หรือเหตุการณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันนั้น ธนาคารอาจมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยัง
  • คู่ค้า
  • ผู้สนใจ หรือ
  • บริษัทบริหารสินทรัพย์ เป็นต้น
หน่วยงานราชการและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือเกณฑ์ทางการ ธนาคารมีความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • กรมสรรพากร
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)
  • ศาล
  • ตำรวจ
  • กรมบังคับคดี เป็นต้น
ที่ปรึกษา/ ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบประกอบวิชาชีพ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยัง
  • ผู้สอบบัญชี
  • ผู้ตรวจสอบภายนอก
  • บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
  • บริษัทข้อมูลเครดิต
  • นิติบุคคล หรือบุคคลใด ๆ ที่มีความสัมพันธ์หรือมีสัญญาอยู่กับธนาคาร ซึ่งรวมตลอดถึง ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาของธนาคาร และ/หรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าว เป็นต้น
บริษัทพันธมิตรและบริษัทคู่ค้า ของธนาคาร เพื่อประโยชน์สูงสุดของท่านในการได้รับบริการและใช้ผลิตภัณฑ์ของธนาคาร ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่
  • บริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิต เช่น บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เช่น บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด
  • ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ เช่น ดีลเลอร์ เต้นท์ ในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์
  • ผู้รับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ (Biller) เป็นต้น

ธนาคารมีการใช้คุกกี้เพื่อประโยชน์ในการช่วยให้เว็บไซต์สามารถจดจำการตั้งค่าต่าง ๆ บนอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ทำให้การทำงานของเว็บไซต์มีประสิทธิภาพ และเพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้เว็บไซต์ให้มีประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

ธนาคารจะมีการเก็บคุกกี้ต่าง ๆ ตามลักษณะการใช้งาน เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. คุกกี้จำเป็นต่อการใช้งานของเว็บไซต์ (Strictly Necessary Cookies) ใช้สำหรับการปฏิบัติงาน และทำให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ท่านสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว และปลอดภัย โดยจะไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้ได้
  2. คุกกี้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน (Functional Cookies) ใช้สำหรับช่วยบันทึกการตั้งค่าตัวเลือกต่าง ๆ บนเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านสามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องให้ข้อมูลหรือตั้งค่าใหม่ทุกครั้งที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์ หากท่านปิดคุกกี้ประเภทนี้ อาจทำให้ใช้งานเว็บไซต์ได้ไม่สะดวกและไม่เต็มประสิทธิภาพ
  3. คุกกี้เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานและการวิเคราะห์วิจัย (Performance and Analytics Cookies) ใช้สำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของธนาคาร เช่น จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ พฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยข้อมูลดังกล่าวจะเก็บในลักษณะข้อมูลแบบรวม ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานได้ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการใช้งานเว็บไซต์ และนำไปพัฒนาการทำงาน อีกทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

ธนาคารยังมีการขออนุญาตผู้ใช้งานเพื่อเก็บคุกกี้เพื่อการกำหนดเป้าหมายทางการตลาด (Targeting & Advertising Cookies) ซึ่งคุกกี้ดังกล่าวจะบันทึกข้อมูลการใช้งานบนเว็บไซต์ เพื่อใช้ในการนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้อง และสิทธิประโยชน์ที่ตรงความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด โดยท่านสามารถกดปุ่ม ‘อนุญาต’ โดยสมัครใจบนหน้าต่างให้ความยินยอมของเว็บไซต์ เพื่อให้ธนาคารเก็บคุกกี้ประเภทนี้เพิ่มเติมได้ หากไม่ยินยอมให้เก็บคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับการใช้งานเว็บไซต์ของธนาคาร ทั้งนี้อาจทำให้ท่านได้รับข้อมูลและโฆษณาทั่วไปที่ไม่ตรงกับความสนใจของท่าน

นโยบายความเป็นส่วนตัวของพนักงาน

ธนาคารได้ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ซึ่งมีการอธิบายหลักการของการเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีรายละเอียดดังนี้https://www.ttbbank.com/th/policy/candidate

มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร

ธนาคารได้กำหนดนโยบาย คู่มือและมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical safeguard) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือนโยบายการรักษาข้อมูลความลับของท่าน เป็นต้น โดยธนาคารมีการปรับปรุงนโยบาย คู่มือและมาตรฐานขั้นต่ำดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และกำหนดให้พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกของธนาคารมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามข้อตกลงรักษาความลับที่ได้ตกลงไว้กับธนาคาร

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

ในกรณีที่ธนาคารมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจของธนาคาร ยกตัวอย่างเช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บนแพลตฟอร์ม หรือคลาวด์ (Cloud) หรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงการส่งหรือโอนข้อมูลธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศ (SWIFT) ไปยังสถาบันการเงินอื่นที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศผ่านผู้ให้บริการที่เป็นตัวกลางการจัดการโอนเงินระหว่างประเทศ เป็นต้น หากประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่ำกว่าประเทศไทย ธนาคารจะใช้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็น มีความเหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับและมีความปลอดภัยเป็นไปตามกฎหมายกำหนด เช่น กำหนดให้มีข้อตกลงกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าวเพื่อยืนยันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับประเทศไทย เป็นต้น

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิในการขอให้ธนาคารดำเนินการตามที่ร้องขอโดยรับทราบว่าข้อมูลที่ท่านมีสิทธินั้นจะต้องเป็นข้อมูลที่มาจากการที่ท่านให้ข้อมูลแก่ธนาคารโดยตรง หรือมาจากตัวแทนที่สามารถกระทำการแทนได้ตามกฎหมาย แต่จะไม่ครอบคลุมข้อมูลภายในที่ธนาคารได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการภายในองค์กรและกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่เป็นไปตามกฎหมายกำหนดและเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดต่อทรัพย์สิน บุคลากรและชื่อเสียงของธนาคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านมีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือถูกจำกัดความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย ท่านสามารถขอใช้สิทธิโดยให้บิดาและมารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือมีผู้อำนาจกระทำการแทนเป็นผู้แจ้งความประสงค์เพื่อใช้สิทธิของท่านได้

  • สิทธิขอเพิกถอนความยินยอม (Right to withdraw consent)

    ท่านมีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่จะให้ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ โดยการเพิกถอนความยินยอมจะไม่มีผลต่อการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ของท่านตามที่ระบุไว้ในสัญญา

  • สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (Right to access)

    ท่านมีสิทธิขอทราบและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่กับธนาคาร และสำเนาการให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและการให้ความยินยอมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดฉบับล่าสุดของท่านที่ให้ไว้กับธนาคาร รวมถึงการขอให้ธนาคารเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลจากแหล่งอื่น

  • สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (Right to data portability)

    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านจากธนาคารในรูปแบบ PDF (มาตรฐาน) โดยธนาคารจะส่งมอบให้กับท่านโดยตรงไปยังช่องทางที่ท่านได้แจ้งไว้กับธนาคาร

  • สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรง (Right to object for direct marketing)

    ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการตลาดแบบตรง โดยระบุช่องทางติดต่อเช่น อีเมล SMS หรือจดหมายแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อเสนอขายผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร หรือของกลุ่มธุรกิจการทางเงินของธนาคาร และหมายความรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการของพันธมิตรของธนาคารด้วย

  • สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (Right to be forgotten or erasure)

    ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลว่าเป็นท่านได้ ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามข้อบังคับของกฎหมายโดยสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารที่เก็บข้อมูลตามความจำเป็นเท่านั้น หรือ เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  • สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to restriction of data processing)

    ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ธนาคารอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอ หรือท่านเปลี่ยนใจขอให้ธนาคารระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทนการลบออกจากระบบการจัดเก็บของธนาคารเมื่อพ้นระยะเวลาการจัดเก็บเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

  • สิทธิขอแก้ไขข้อมูล (Right to rectification)

    ท่านมีสิทธิขอให้ธนาคารดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

  • สิทธิร้องเรียน (Right to complain)

    ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในกรณีที่ธนาคารหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของธนาคารฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมายลำดับรอง กฎกระทรวงหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว

    ทั้งนี้ ธนาคารมีสิทธิที่จะปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านได้ หากคำขอนั้นขัดกับกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือเป็นคำขอที่ไม่ระบุเหตุผลอันควร หรือธนาคารมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่ไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ โดยธนาคารมีหน้าที่แจ้งให้ท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเหตุผลของการปฏิเสธนั้น

ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

ธนาคารจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยมีการกำหนดเป็นนโยบาย คู่มือต่าง ๆ ในเรื่องการจัดเก็บ การทำลายเอกสารต่าง ๆ ของธนาคาร และมีการปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเคร่งครัด

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

ธนาคารมีสิทธิในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ธนาคารได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ตามวัตถุประสงค์เดิมที่ท่านเคยได้ให้ความยินยอมแก่ธนาคาร หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ธนาคารเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป โดยที่คำขอนั้นไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่น ท่านสามารถแจ้งธนาคารเพื่อขอถอนความยินยอมของท่านตามช่องทางของธนาคารเมื่อใดก็ได้

ติดต่อธนาคาร

ท่านสามารถติดต่อธนาคารเพื่อใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามช่องทาง ดังต่อไปนี้

เลื่อนเพื่อดูรายละเอียด

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ช่องทางในการใช้สิทธิ
สาขา Contact Center ttb website DPO email
1. สิทธิการถอนความยินยอม - -
2. สิทธิการคัดค้านการทำการตลาดแบบตรง - -
3. สิทธิการร้องเรียนกรณีข้อมูลรั่วไหล - -
4. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลที่ผิดอยู่ให้ถูกต้อง - -
5. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลและขอสำเนา (กรอกแบบฟอร์ม)* -
6. สิทธิในการโอนข้อมูล (กรอกแบบฟอร์ม)* -
7. สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลรวมถึงเมื่อถูกใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (กรอกแบบฟอร์ม)* -
8. สิทธิในการระงับการประมวลผลข้อมูลชั่วคราว (กรอกแบบฟอร์ม)* -

หมายเหตุ การใช้สิทธิในข้อ 5-8 ท่านจะต้องกรอกแบบฟอร์มและส่งคำขอใช้สิทธิต่อ DPO ที่ dpo@ttbbank.com หรือส่งจดหมายมาที่ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เลขที่ 3000 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 เพื่อพิจารณาในการใช้สิทธิดังกล่าว โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 30 (สามสิบ) วัน นับตั้งแต่วันที่ DPO ได้รับข้อมูลครบถ้วนและเพียงพอต่อการพิจารณาการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับการร้องเรียนเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น แจ้งปัญหาการใช้งาน ttb application, การให้บริการของพนักงานของธนาคาร, อัตราดอกเบี้ย, หรือสอบถามสถานะใบสมัคร สามารถติดต่อ ttb contact center 1428 (+66 2241 1428 สำหรับลูกค้าในต่างประเทศ) และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ หรืออีเมล ttbcontactcenter@ttbbank.com และ ttbcustomercare@ttbbank.com (กรณีเรื่องร้องเรียน)

ช่องทางการติดต่อ DPO บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน

  • ttb
    • ที่อยู่: 3000 ชั้น 28 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
    • อีเมล: dpo@ttbbank.com
  • ttb broker
    • ที่อยู่: 999/3, 999/4 อาคารเดอะไนน์ ถนนพระราม 9 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250
    • อีเมล: dpo_broker@ttbbroker.com
  • PAMCO
    • ที่อยู่: 3000 ชั้น 22 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
    • อีเมล: dpo@pamco.co.th
  • ttb consumer
    • ที่อยู่: 3000 ชั้น 17 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
    • อีเมล: dpo_consumer@ttbconsumer.com

ทั้งนี้ ธนาคารอาจทบทวน หรือ แก้ไข/ปรับปรุง นโยบายฉบับนี้ เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายลำดับรอง ข้อบังคับ ประกาศของหน่วยงานราชการที่ออกมาใหม่ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ ธนาคารจะเผยแพร่ในเว็บไซต์ของธนาคาร (https://www.ttbbank.com/th/policy/privacy) เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ที่มีผลใช้บังคับโดยเร็วที่สุด

ฉบับเดือน [กรกฎาคม 2565]