การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

ในปี 2563 ธนาคารได้ทบทวนนโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESR Policy) โดยยกระดับแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และปรับแนวการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ผลกระทบเหล่านี้ยังเป็นความเสี่ยงต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กรและสามารถสร้างความเสียหายทางการเงินแก่ธนาคารได้เช่นกัน

ธนาคารใช้นโยบาย ESR เป็นแนวการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สำหรับลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อใหม่หรือเพิ่มวงเงินเครดิตและการทบทวนเครดิตประจำปี โดยมีขอบเขตครอบคลุม 1) ลูกค้าธุรกิจ (รวมถึงสินเชื่อโครงการ) 2) ลูกค้าเอสเอ็มอี 3) การลงทุนของธนาคาร ทั้งนี้ ลูกค้ารายย่อยไม่อยู่ในขอบเขตของนโยบาย ESR

ธนาคารเล็งเห็นถึงประเด็นข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนการเคารพสิทธิมนุษยชนและการตอบสนองต่อความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดเป็นนโยบาย ESR ขึ้น โดยนโยบาย ESR สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในประเทศ อาทิ แนวทางการดำเนินกิจการธนาคารอย่างยั่งยืนในด้านการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ของสมาคมธนาคารไทย อีกทั้งยังนำแนวปฏิบัติ กรอบการดำเนินงาน และมาตรฐานระดับสากลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เช่น Equator Principles, the United Nations Environment Programme Finance Initiative (UNEP FI)’s Principles for Responsible Banking, IFC Performance Standards on Environmental and Social Sustainability, International Capital Market Association (ICMA)’s sustainable finance initiatives, the UN Global Compact, the UN Guiding Principles for Business and Human Rights, International Labor Organization เป็นต้น โดยที่หลักการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่สร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ความต้องการของสังคมตลอดจนความมุ่งมั่นในระดับสากลดังเช่น Sustainable Development Goals และ Paris Agreement ได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที

 

นโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

 

 

การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

ในปี 2563 ธนาคารได้ทบทวนนโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESR Policy) โดยยกระดับแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และปรับแนวการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ผลกระทบเหล่านี้ยังเป็นความเสี่ยงต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กรและสามารถสร้างความเสียหายทางการเงินแก่ธนาคารได้เช่นกัน

ธนาคารใช้นโยบาย ESR เป็นแนวการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สำหรับลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อใหม่หรือเพิ่มวงเงินเครดิตและการทบทวนเครดิตประจำปี โดยมีขอบเขตครอบคลุม 1) ลูกค้าธุรกิจ (รวมถึงสินเชื่อโครงการ) 2) ลูกค้าเอสเอ็มอี 3) การลงทุนของธนาคาร ทั้งนี้ ลูกค้ารายย่อยไม่อยู่ในขอบเขตของนโยบาย ESR

ธนาคารเล็งเห็นถึงประเด็นข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนการเคารพสิทธิมนุษยชนและการตอบสนองต่อความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดเป็นนโยบาย ESR ขึ้น โดยนโยบาย ESR สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในประเทศ อาทิ แนวทางการดำเนินกิจการธนาคารอย่างยั่งยืนในด้านการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ของสมาคมธนาคารไทย อีกทั้งยังนำแนวปฏิบัติ กรอบการดำเนินงาน และมาตรฐานระดับสากลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เช่น Equator Principles, the United Nations Environment Programme Finance Initiative (UNEP FI)’s Principles for Responsible Banking, IFC Performance Standards on Environmental and Social Sustainability, International Capital Market Association (ICMA)’s sustainable finance initiatives, the UN Global Compact, the UN Guiding Principles for Business and Human Rights, International Labor Organization เป็นต้น โดยที่หลักการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่สร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ความต้องการของสังคมตลอดจนความมุ่งมั่นในระดับสากลดังเช่น Sustainable Development Goals และ Paris Agreement ได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที

 

นโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

 

 

การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

ในปี 2563 ธนาคารได้ทบทวนนโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESR Policy) โดยยกระดับแนวทางการปล่อยสินเชื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และปรับแนวการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ผลกระทบเหล่านี้ยังเป็นความเสี่ยงต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กรและสามารถสร้างความเสียหายทางการเงินแก่ธนาคารได้เช่นกัน

ธนาคารใช้นโยบาย ESR เป็นแนวการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สำหรับลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อใหม่หรือเพิ่มวงเงินเครดิตและการทบทวนเครดิตประจำปี โดยมีขอบเขตครอบคลุม 1) ลูกค้าธุรกิจ (รวมถึงสินเชื่อโครงการ) 2) ลูกค้าเอสเอ็มอี 3) การลงทุนของธนาคาร ทั้งนี้ ลูกค้ารายย่อยไม่อยู่ในขอบเขตของนโยบาย ESR

ธนาคารเล็งเห็นถึงประเด็นข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนการเคารพสิทธิมนุษยชนและการตอบสนองต่อความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดเป็นนโยบาย ESR ขึ้น โดยนโยบาย ESR สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในประเทศ อาทิ แนวทางการดำเนินกิจการธนาคารอย่างยั่งยืนในด้านการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ของสมาคมธนาคารไทย อีกทั้งยังนำแนวปฏิบัติ กรอบการดำเนินงาน และมาตรฐานระดับสากลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เช่น Equator Principles, the United Nations Environment Programme Finance Initiative (UNEP FI)’s Principles for Responsible Banking, IFC Performance Standards on Environmental and Social Sustainability, International Capital Market Association (ICMA)’s sustainable finance initiatives, the UN Global Compact, the UN Guiding Principles for Business and Human Rights, International Labor Organization เป็นต้น โดยที่หลักการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่สร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ความต้องการของสังคมตลอดจนความมุ่งมั่นในระดับสากลดังเช่น Sustainable Development Goals และ Paris Agreement ได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที

 

นโยบายความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม