เคยสงสัยไหมว่า เงินเดือนก็ปรับขึ้นเกือบทุกปี แต่ทำไมความรู้สึกเงินไม่พอใช้ถึงยังคงอยู่กับเราเสมอ? ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณคนเดียว แต่เป็นสถานการณ์ที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนกำลังเผชิญอยู่ บทความนี้ fin tips by ttb จะพาไปสำรวจถึงต้นตอของปัญหา พร้อมแนะนำแนวทางการบริหารเงินที่ทำได้จริง เพื่อเปลี่ยนสถานะทางการเงินของคุณให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ทำไมเงินเดือนเพิ่ม แต่ยังรู้สึกใช้จ่ายไม่พอ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อมีรายได้มากขึ้น เราก็มักจะยกระดับไลฟ์สไตล์ตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปทานอาหารนอกบ้านบ่อยขึ้น การซื้อของที่อยากได้เพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเอง หรือการสมัครบริการ Subscription ต่าง ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อยๆ เหล่านี้เมื่อรวมกันก็อาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่โดยไม่รู้ตัว ประกอบกับสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก็ยิ่งทำให้รายจ่ายของเราเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อีกปัจจัยหนึ่งคือการวางแผนการเงิน หากยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายชัดเจน หรือการจัดสรรเงินสำหรับออมและลงทุน การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็อาจทำให้รู้สึกว่ารายได้ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นการวางแผนการเงินที่รอบคอบสามารถช่วยให้เราเห็นภาพรวมของรายรับ-รายจ่าย จัดสรรเงินได้เหมาะสม และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้
5 สเต็ปจัดการเงินให้อยู่หมัด บอกลาปัญหาเงินไม่พอใช้
เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือจัดการ! มาดู 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การเงินของคุณกลับมามั่นคงและใช้จ่ายได้สบายใจมากขึ้นกัน

1. ส่องพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง เริ่มต้นจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือสมุดจดบันทึก เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าในแต่ละเดือนเงินของเราถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณเจอรูรั่วทางการเงิน หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นซึ่งสามารถตัดทอนออกไปได้
2. ตั้งเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน
การมีเป้าหมายจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการออมและบริหารเงิน ลองแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ระยะ เช่น
- เป้าหมายระยะสั้น (ภายใน 1 ปี) เช่น เก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้ 3-6 เท่าของรายได้ต่อเดือน หรือให้รางวัลตัวเอง อย่างการเก็บเงินสำหรับไปเที่ยว
- เป้าหมายระยะยาว (มากกว่า 1 ปีขึ้นไป) เช่น เก็บเงินซื้อบ้าน รถ หรือวางแผนเกษียณ เป็นต้น
3. แบ่งเงินออมก่อนใช้จ่าย
เปลี่ยนแนวคิดจากเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บมาเป็นเก็บก่อนใช้ โดยทันทีที่เงินเดือนออก ให้แบ่งเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีเงินออมโดยอัตโนมัติ อาจจะใช้เทคนิคการจัดสรรงบประมาณอย่างสูตร 50/30/20 เช่น
- แบ่ง 50% ของเงินเดือน สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าที่พัก ค่าน้ำไฟ ค่าเดินทาง
- แบ่ง 30% ของเงินเดือน สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ชอปปิง หรือสังสรรค์
- แบ่ง 20% ของเงินเดือน สำหรับการออมและลงทุน
ตัวอย่างเช่น คุณมีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาท สามารถแบ่งสัดส่วนออกได้ ดังนี้
- 50% ของเงินเดือนหรือ 15,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น
- 30% ของเงินเดือนหรือ 9,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว
- 20% ของเงินเดือนหรือ 6,000 บาท สำหรับการออมและลงทุน เช่น ฝากประจำ 3,000 บาท และลงทุนในกองทุนรวม 3,000 บาท
ทั้งนี้ การจัดสรรเงินด้วยเทคนิคนี้สามารถปรับสัดส่วนได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
4. จัดการหนี้ให้ชีวิตคล่องตัว
หลายคนที่มีหนี้หลายบัตรกดเงินมักเจอปัญหาการบริหารหลายบัญชีพร้อมกัน ทั้งต้องจำวันครบกำหนดและดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนสูงและสภาพคล่องทางการเงินลดลง ความเครียดจากหนี้หลายก้อนอาจส่งผลต่อทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้แผนการเงินระยะยาวสะดุด
บัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลช ทางเลือกที่จะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้ได้คล่องมากขึ้น กับบริการโอนยอดหนี้จากสถาบันการเงินอื่นมาเป็นก้อนเดียว ให้คุณเหลือยอดชำระเพียงบัญชีเดียว ช่วยลดความซับซ้อนและลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ย พร้อมวงเงินอนุมัติสูงสุด 5 เท่าของรายได้หรือสูงสุด 1 ล้านบาท และผ่อนคืนได้นานสูงสุด 99 เดือน ให้คุณมีโอกาสวางแผนการเงินได้เป็นระบบ จัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือนได้จริง
5. มองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม
นอกจากการลดรายจ่ายแล้ว การเพิ่มรายได้ก็เป็นอีกทางที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายทางการเงินได้เร็วขึ้น ลองมองหาโอกาสในการเปลี่ยนความสามารถหรืองานอดิเรกให้เป็นเงิน เช่น การรับงานฟรีแลนซ์ การขายของออนไลน์หรือการสอนพิเศษในวันหยุด ซึ่งรายได้เสริมเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดการลงทุนหรือช่วยให้คุณมีเงินเก็บหรือมี Passive Income เพิ่มขึ้นได้

สรุปบทความ
ปัญหาเงินเดือนเพิ่มแต่รายจ่ายก็เยอะจนใช้เดือนชนเดือน สามารถแก้ไขได้ หากเราเข้าใจสาเหตุและเริ่มต้นจัดการอย่างจริงจัง ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ตั้งเป้าหมายการเงินและออมก่อนใช้ ก็จะช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่แข็งแรง และนำไปสู่อิสรภาพทางการเงินได้ในอนาคต
แต่อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือแผนสำรองทางการเงิน เพื่อให้คุณได้รับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดโดยไม่กระทบกับแผนการออมระยะยาวของคุณ ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคล จาก ทีทีบี ถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้คุณจัดการสถานการณ์เร่งด่วนได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือต้องการรวมภาระหนี้ให้ผ่อนสบายขึ้น สมัครได้ง่าย ๆ ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน เพียงแค่เตรียมเอกสารให้พร้อม ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ttbbank.com หรือ ttb contact center โทร.
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
บัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลช อัตราดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ ถึงจะทำให้เงินพอใช้ในระยะยาว?
ควรมีเงินเก็บให้ได้ 3-6 เท่าของรายได้ต่อเดือน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น การตกงานหรือเจ็บป่วย ทำให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวมากขึ้น
ทำไมการวางแผนการเงินถึงสำคัญ?
การวางแผนการเงินเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางชีวิต เพราะช่วยให้คุณรู้สถานะทางการเงินในปัจจุบัน และสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณไม่ใช้เงินเกินตัว เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และวางแผนเพื่อเป้าหมายใหญ่ เช่น การซื้อบ้านหรือวางแผนเกษียณอย่างมั่นคง
ถ้ารู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ควรเริ่มแก้ปัญหาจากตรงไหนก่อน?
จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพราะคุณจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถ้าไม่รู้ว่าต้นตอของปัญหาคืออะไร การจดบันทึกจะทำให้คุณเห็นภาพรวมการใช้เงินของตัวเองอย่างชัดเจน และรู้ว่าควรจะปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนไหนก่อนเป็นอันดับแรก
ขอบคุณข้อมูลจาก
- https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/monthly-survive.html
- https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/money-mgt.html

