การมีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลอาจเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มสภาพคล่องในยามจำเป็น แต่เมื่อถึงจุดที่ภาระหนักเกินไปจนจ่ายไม่ไหว หลายคนอาจเกิดคำถามว่า ถ้าติดหนี้ธนาคารแล้วไม่จ่าย จะเป็นอะไรไหม? ความคิดที่จะหยุดจ่ายหนี้อาจดูเหมือนเป็นทางออกระยะสั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกระทำดังกล่าวจะนำไปสู่ผลกระทบทางการเงินในระยะยาวที่ซับซ้อนกว่าที่คิด บทความนี้ fin tips by ttb จะพาไปทำความเข้าใจถึงผลที่จะตามมาเป็นลำดับขั้น เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมและหาทางออกที่ดีที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ติดหนี้ธนาคารแล้วไม่จ่าย ส่งผลเสียอย่างไรบ้าง
เมื่อคุณเริ่มผิดนัดชำระหนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลาที่ค้างชำระ โดยสามารถแบ่งเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ที่ลูกหนี้ทุกคนต้องเผชิญได้ดังนี้

ดอกเบี้ยและค่าปรับสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ทันทีที่เลยกำหนดชำระในแต่ละงวด สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือดอกเบี้ยผิดนัดชำระ และค่าธรรมเนียมในการทวงถามหนี้ที่จะถูกคิดเพิ่มทบเข้าไปกับยอดหนี้เดิม ทำให้ภาระหนี้สินโดยรวมของคุณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนก้อนหิมะที่ยิ่งปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งพอกพูนจนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ถูกเรียกเก็บหนี้โดยเจ้าหนี้หรือบริษัทติดตามหนี้
ในช่วงแรกธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะเริ่มติดต่อคุณผ่านทางโทรศัพท์ SMS หรือจดหมายเพื่อแจ้งเตือน แต่หากยังไม่มีการชำระเป็นเวลานาน ธนาคารอาจมอบหมายให้บริษัทติดตามหนี้ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการต่อ ซึ่งจะทำให้การทวงถามหนี้มีความถี่และความเข้มข้นมากขึ้น
ประวัติทางการเงินเสีย
หากมีการค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน ธนาคารจำเป็นต้องรายงานข้อมูลของคุณไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) สถานะบัญชีของคุณจะถูกบันทึกเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินของคุณในอนาคตได้
หากคุณค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน ธนาคารจะจัดประเภทบัญชีของคุณเป็นทรัพย์สินที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (non-performing) และจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ทำให้ประวัติทางการเงินของคุณติดลบ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการขอสินเชื่อหรือบริการทางการเงินในอนาคต ทั้งนี้ การรักษาวินัยทางการเงินและชำระหนี้ตรงเวลาจะช่วยป้องกันไม่ให้บัญชีถูกจัดเป็น NPL และรักษาประวัติการเงินที่ดีไว้ได้
อาจมีการฟ้องร้องและอาจถูกยึดทรัพย์
เมื่อการติดตามหนี้ไม่ได้ผล ธนาคารจะดำเนินการในขั้นตอนทางกฎหมายคือการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อบังคับให้ชำระหนี้ หากศาลมีคำพิพากษาและคุณยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะนำไปสู่ขั้นตอนการบังคับคดี ซึ่งเจ้าหนี้มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการยึดทรัพย์สินที่เป็นชื่อของคุณไปขายทอดตลาด หรือทำการอายัดเงินเดือน สูงสุด 30% ของเงินเดือน สำหรับผู้มีรายได้เกิน 20,000 บาท
ผลกระทบต่อการขอสินเชื่อหรือทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคต
ผลจากประวัติทางการเงินที่เสียหายในประวัติข้อมูลเครดิตบูโร จะทำให้การขอสินเชื่อทุกประเภทในอนาคตเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์หรือแม้กระทั่งการสมัครบัตรเครดิต เพราะสถาบันการเงินจะมองว่าคุณเป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงในการผิดนัดชำระหนี้
ระยะเวลาที่ธนาคารจะเริ่มดำเนินการ หากติดหนี้และไม่จ่าย
| ระยะเวลาไม่จ่าย | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|
| 1–30 วัน | คิดดอกเบี้ยปรับ, แจ้งเตือน |
| 31–90 วัน | ส่งข้อมูลไปเครดิตบูโร |
| เกิน 90 วัน | เริ่มกระบวนการฟ้องร้อง |
หยุดวงจรหนี้! 3 ขั้นตอนต้องทำทันทีเมื่อรู้ตัวว่าจ่ายไม่ไหว
การปล่อยให้ปัญหาบานปลายไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่การลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับปัญหาและลงมือแก้ไขต่างหากที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้ หากคุณรู้ตัวว่าเริ่มจ่ายไม่ไหว ให้ลงมือทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ทันที
สำรวจและวางแผนการเงินของตัวเองใหม่
ขั้นตอนแรกคือการกลับมาสำรวจสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างจริงจัง ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อดูว่าเงินของคุณหายไปไหนบ้าง ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปทั้งหมดและมองหาลู่ทางในการสร้างรายได้เสริม เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดสำหรับจัดการหนี้สิน

รีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคล
หากรู้สึกว่ารายจ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนตึงมือจนเกินไป การรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อนำเงินมาปิดหนี้ก้อนเดิม วิธีนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยโดยรวมและทำให้ค่างวดต่อเดือนลดลง ทำให้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้นได้ อย่างบัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลชกับบริการโอนยอดหนี้มาที่ทีทีบี ได้ดอกเบี้ยถูกลง และลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนทันที ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 15% ต่อปี* ดอกเบี้ยคงที่นานสูงสุด 99 เดือน เดือนที่ 100 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 25% ต่อปี ดอกเบี้ยถูกลง ปิดหนี้ได้เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มสภาพคล่องในแต่ละเดือนได้ ทั้งนี้ ควรตัดสินใจก่อนยื่นขอสินเชื่อ ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวเท่านั้น
รีบติดต่อธนาคารเพื่อขอคำปรึกษาทันที
ถึงแม้จะรวมหนี้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าจัดการไม่ไหวอยู่ดี สิ่งสำคัญคือไม่ควรนิ่งเฉยหรือปล่อยให้ปัญหาลุกลาม ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งสถานการณ์ตามความเป็นจริง ธนาคารสามารถช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะกับความสามารถในการชำระ เช่น การขอลดค่างวด ขยายระยะเวลาผ่อนหรือพักชำระหนี้ชั่วคราว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้คุณสามารถเดินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการติดต่อพูดคุยกับธนาคารแล้ว ควรปฏิบัติตามเงื่อนไขใหม่ที่ตกลงไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมหลีกเลี่ยงการก่อหนี้เพิ่ม เพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้ครั้งนี้มีประสิทธิภาพและช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรหนี้นี้ได้
สรุปบทความ
การไม่จ่ายหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ใช่แค่การหยุดชำระเงินเท่านั้น ในทางกลับกัน หากหยุดชำระไปกลับจะทำให้ดอกเบี้ยและค่าปรับเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นยอดหนี้ที่ไม่มีวันหมด อีกทั้งยังยังส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินในระยะยาว และอาจนำไปสู่ขั้นตอนทางกฎหมายหรือการยึดทรัพย์สินได้ ทางเลือกที่เหมาะสมเมื่อรู้ว่าชำระหนี้ไม่ไหวคือการตั้งสติ วางแผนการเงินใหม่และรีบติดต่อธนาคาร เพื่อเจรจาหาทางออก ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์หนี้ เพื่อให้ดอกถูกลง ขยายระยะเวลาผ่อนหรือปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อช่วยลดภาระและหยุดวงจรหนี้ การเผชิญหน้ากับปัญหานี้อย่างมีแผน จะช่วยให้คุณลดความกดดันและค่อย ๆ ฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินให้กลับมามั่นคงได้อีกครั้ง
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
บัตรกดเงินสด ทีทีบีแฟลช อัตราดอกเบี้ย 15% - 25% ต่อปี
*เงื่อนไขการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ติดหนี้ธนาคารแล้วไม่จ่าย ส่งผลต่อเครดิตอย่างไร?
หากค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน บัญชีของคุณจะถูกจัดเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ส่งผลให้คะแนนเครดิตลดลง และกระทบต่อความสามารถในการขอสินเชื่อทุกประเภทในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์
ควรทำอย่างไรถ้าเจอสถานการณ์ติดหนี้แล้วจ่ายไม่ไหว?
สิ่งที่ควรทำทันทีคือตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเอง ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้เพื่อขอคำปรึกษาและเจรจาปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยเร็วที่สุด และมองหาทางเลือกรีไฟแนนซ์หรือรวบหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
ถ้าเคลียร์หนี้เสียหมดแล้ว ประวัติในเครดิตบูโรจะดีขึ้นทันทีหรือไม่?
หลังจากชำระหนี้ทั้งหมดและปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว สถานะประวัติในเครดิตบูโรจะถูกอัปเดตเป็นปิดบัญชี หรือชำระหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ประวัติการค้างชำระเดิมจะยังคงปรากฏในระบบต่อไปตามกฎหมายเป็นเวลา 3 ปี หรือ 36 เดือน ข้อมูลเหล่านี้จะทยอยเลื่อนออกจากฐานข้อมูลเมื่อเครดิตบูโรได้รับรายงานการปิดบัญชีจากสถาบันการเงินสมาชิก ซึ่งโดยปกติใช้เวลาประมาณ 30 วันในการอัปเดต ในระหว่างนี้ หากรักษาวินัยทางการเงินและชำระหนี้ตรงเวลา ประวัติเครดิตโดยรวมก็สามารถกลับมาดีขึ้นได้อีก
ติดหนี้กี่เดือนถึงจะโดนฟ้อง?
สถาบันการเงินจะเริ่มกระบวนการฟ้องร้องหลังจากลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน อย่างไรก็ตาม ก่อนส่งฟ้องจะมีการทวงถามและเจรจากับลูกหนี้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ลูกหนี้จึงควรติดต่อธนาคารทันทีเมื่อเริ่มมีปัญหาการชำระหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและหาทางแก้ไขที่เหมาะสม หากไม่มีการติดต่อกลับธนาคารก็ดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมาย
รีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลช่วยอะไรได้บ้าง?
การรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลช่วยให้คุณลดภาระดอกเบี้ยรวม และทำให้ค่างวดที่ต้องชำระในแต่ละเดือนเบาลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนี้หลายบัญชีหรือดอกเบี้ยสูง เพราะการรวมหนี้ทั้งหมดมาไว้ในก้อนเดียวจะช่วยให้คุณสามารถบริหารจัดการง่ายขึ้น และยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้คุณวางแผนการใช้เงินได้สะดวกขึ้น
สามารถเจรจาลดดอกเบี้ยหรือพักชำระหนี้ได้ไหม?
ได้ เพราะธนาคารส่วนใหญ่มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ขยายระยะเวลาผ่อน พักชำระเงินต้นชั่วคราวหรือแม้แต่ลดดอกเบี้ยบางส่วน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารและการเจรจาร่วมกับลูกหนี้ รวมทั้งคำนึงถึงประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับเป็นสำคัญ
รีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลช่วยอะไรได้บ้าง?
ช่วยลดภาระดอกเบี้ยรวมและทำให้ค่างวดต่อเดือนเบาลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนี้หลายบัญชีหรือมีดอกเบี้ยสูง เพราะการรวมหนี้มาไว้ที่เดียวช่วยให้คุุณสามารถบริหารและจัดการหนี้ได้ง่ายขึ้น และยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้คุณมีความคล่องตัวในการใช้จ่ายมากขึ้น
สามารถเจรจาลดดอกเบี้ยหรือพักชำระหนี้ได้ไหม?
ได้ เพราะธนาคารส่วนใหญ่มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ พักชำระเงินต้นชั่วคราวหรือแม้แต่ลดดอกเบี้ยบางส่วน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร
ขอบคุณข้อมูลจาก
- https://www.bot.or.th/th/satang-story/managing-debt/consumer-loan-restructuring.html
- https://www.ncb.co.th/ncb-infographic/credit-bureau-pay-late-debt-3/
- https://www.ncb.co.th/line-article/debt-fully-paid-line/

