external-popup-close

คุณกำลังออกจากเว็บไซต์ ทีทีบี
เพื่อเข้าสู่

https://www.ttbbank.com/

ตกลง

แนะนำ 4 เคล็ดลับ วางแผนกู้เงินต่อเติม-รีโนเวทบ้าน ให้ราบรื่น

#fintips #เคล็ดลับการเงิน #รีไฟแนนซ์บ้าน #สินเชื่อบ้านแลกเงินทีทีบี #กู้เงินต่อเติมบ้าน #กู้ซ่อมบ้าน
21 พ.ย. 2568

บ้านทุกหลังย่อมมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา การซ่อมแซมหรือต่อเติมจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่บางครั้งความเสียหายอาจเกิดขึ้นในช่วงที่เรายังไม่พร้อมด้านการเงิน หรือต้องใช้งบประมาณมากกว่าเงินเก็บที่เรามี จึงทำให้การกู้เงินต่อเติมบ้านเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจและช่วยให้สภาพคล่องการเงินของเราดีขึ้นได้ วันนี้ ทีทีบี มีขั้นตอนสำคัญสำหรับคนที่อยากซ่อมบ้าน หรือต่อเติมบ้านใหม่ แต่เงินไม่พอมาแนะนำ เพื่อให้การวางแผนกู้เงินเพื่อรีโนเวทบ้านในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น


ขั้นตอนวางแผนกู้เงินต่อเติมบ้าน

การกู้เงินต่อเติมบ้านขยายพื้นที่ หรือการรีโนเวทบ้านใหม่ ถือว่าเป็นการใช้เงินที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น การกู้เงินจากธนาคาร จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งธนาคารมักจะเสนอระยะเวลาการผ่อนชำระที่นาน เพื่อให้มีสภาพคล่องในการจ่ายคืนแต่ละเดือนได้แบบไม่หนักจนเกินไป ดังนั้น การวางแผนที่จะกู้เงินนั้น จึงต้องคิดคำนวณอย่างรอบคอบ

1. วางแผนและกำหนดงบประมาณ

อันดับแรก ให้สำรวจความจำเป็นในการซ่อมแซมต่อเติม หรือรีโนเวทบ้านก่อน ว่าเยอะขนาดไหน ลักษณะเป็นแบบใด เช่น แก้ไขในส่วนที่ชำรุดทรุดโทรม การปรับปรุงหรือรีโนเวทพื้นที่ใช้สอยใหม่ให้เหมาะสม หรือการขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้น เมื่อได้จุดประสงค์ชัดเจนแล้ว จึงเริ่มวางแผนเรื่องระยะเวลาดำเนินการและการจัดการพื้นที่ระหว่างก่อสร้าง โดยทำตามสเต็ปดังนี้

  • มองหาผู้รับเหมาก่อสร้างที่น่าเชื่อถือ ก่อนเริ่มโครงการกู้เงินต่อเติมบ้าน สิ่งสำคัญ คือ การคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีความน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบประวัติและผลงานที่ผ่านมา สอบถามรีวิวจากลูกค้าเก่า และเปรียบเทียบราคาจากผู้รับเหมาหลาย ๆ เจ้า เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล ที่สำคัญควรทำสัญญาจ้างให้รัดกุม ระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการรับประกันผลงานให้ชัดเจน
  • ปรึกษาผู้รับเหมาว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง หลังคัดเลือกผู้รับเหมาได้แล้ว ให้นัดดูหน้างานเพื่อประเมินสภาพจริงของตัวบ้าน ผู้รับเหมาจะช่วยวิเคราะห์โครงสร้าง แนะนำวิธีการซ่อมแซมหรือต่อเติมที่เหมาะสม รวมถึงเสนอทางเลือกวัสดุที่มีคุณภาพและคุ้มค่า บางครั้งอาจพบปัญหาแฝงที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจึงช่วยให้เห็นภาพรวมของงานและค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนขึ้น
  • กำหนดงบประมาณสำหรับการซ่อมหรือรีโนเวทบ้าน เมื่อได้รายละเอียดงานทั้งหมดแล้ว ให้สรุปงบประมาณรวมทั้งโครงการ ควรเผื่องบสำรองไว้อีก 10-20% สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มเติมระหว่างดำเนินการ พร้อมทั้งตกลงเงื่อนไขการชำระเงินกับผู้รับเหมาให้ชัดเจน ว่าจะแบ่งจ่ายตามความคืบหน้าของงาน หรือจ่ายครั้งเดียวเมื่องานเสร็จ

2. เลือกสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ

เมื่อกำหนดงบประมาณที่ต้องใช้แล้วได้แล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ การเลือกสถาบันการเงินที่มีการปล่อยเงินกู้เพื่อกู้เงินต่อเติมบ้าน ศึกษารายละเอียดสินเชื่อ ดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลาผ่อน รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ทีทีบี เรามีสินเชื่อบ้านหลากหลายประเภทให้เลือก มีผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านพร้อมให้คำแนะนำและบริการถึงที่

เลือกสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการ

3. เลือกสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการ

การกู้เงินรีโนเวทบ้าน หรืออยากจะต่อเติมซ่อมแซมบ้าน ทีทีบี มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านหลากหลายประเภทให้เลือก พร้อมเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น ทั้งค่างวดและระยะเวลาผ่อน ตอบโจทย์ได้ในทุกกลุ่ม

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

ทางเลือกสำหรับคนที่ยังติดผ่อนอยู่กับธนาคาร แต่ต้องการเงินกู้เพิ่ม สามารถย้ายมารีไฟแนนซ์บ้านและขอวงเงินเพิ่ม (Top-Up) เพื่อกู้เงินรีโนเวทบ้าน ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และทางเลือกฟรีค่าจดจำนอง*

เงื่อนไขของผู้สมัครสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์

  • รับพนักงานประจำ หรือ พนักงานสัญญาจ้างของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ หรือ ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
  • อายุระหว่าง 20 – 60 ปี (เมื่อรวมระยะเวลาผ่อนต้องอายุไม่เกิน 65 ปี)
    • พนักงานประจำ
      • รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
      • ทำงานที่ปัจจุบันเกิน 4 เดือนขึ้นไป
    • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
      • ประมาณการรายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
      • ประกอบธุรกิจในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป (นับจากวันที่จดทะเบียนกิจการ)

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

ป็นสินเชื่อแบบอเนกประสงค์ ที่สามารถนำเงินไปกู้ต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน รีโนเวทบ้าน หรือเอาไปซื้อของอื่นๆ ที่เกี่ยวกับบ้าน หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายจำเป็นสำคัญๆ ในครอบครัวก็สามารถทำได้เช่นกัน

เงื่อนไขของผู้สมัครสินเชื่อบ้านแลกเงิน

  • รับพนักงานประจำ หรือ ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
  • อายุระหว่าง 20 – 60 ปี (เมื่อรวมระยะเวลาผ่อนต้องอายุไม่เกิน 65 ปี)
    • พนักงานประจำ
      • รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
      • ทำงานที่ปัจจุบันเกิน 4 เดือนขึ้นไป
    • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
      • ประมาณการรายได้ขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
      • ประกอบธุรกิจในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป (นับจากวันที่จดทะเบียนกิจการ)

บัตรกดเงินสด บ้านแลกเงิน

ทางเลือกสำหรับการกู้เงินต่อเติมบ้านในรูปแบบวงเงินสำรองพร้อมใช้ในบัตรกดเงินสด ฉุกเฉินเงินไม่พอ หรือค่าใช้จ่ายเกิดบานปลาย สามารถเลือกกดเงินออกมาใช้ได้ หรือถ้าไม่ได้พกสำรองไว้ ก็ไม่เสียดอกเบี้ย ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หรือใครที่มีแพลนจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำหรับแต่งบ้าน

แนะนำเลือกใช้บัตรกดเงิน ทีทีบี บ้านแลกเงิน เพื่อใช้รูดผ่อนสินค้าหรือบริการ ณ ร้านค้าช้้นนำที่ร่วมรายได้ ผ่อนแบบดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 60 เดือน ก็ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน ที่ไม่ต้องใช้เงินก้อนหรือเงินเก็บ ทยอยจ่ายคืนได้แบบไม่มีดอกเบี้ย และบางช่วงยังมีสิทธิ์ได้โปรโมชัน Cashback จากโปรโมชันพิเศษกับร้านค้าในช่วงนั้นๆ อีกด้วย

เงื่อนไขของผู้สมัครสินเชื่อบัตรกดเงินสด บ้านแลกเงิน

  • รับพนักงานประจำ หรือ ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
  • อายุระหว่าง 20 – 60 ปี
    • พนักงานประจำ
      • รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
      • ทำงานที่ปัจจุบันเกิน 4 เดือนขึ้นไป
    • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว
      • ประมาณการรายได้ขั้นต่ำ 30,000 บาท/เดือน
      • ประกอบธุรกิจในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป (นับจากวันที่จดทะเบียนกิจการ)

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 7.825% ต่อปี (MRR+0.52%)

4. เตรียมเอกสารก่อนยื่นกู้ให้เรียบร้อย

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนจะช่วยให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว มาดูรายการเอกสารที่จำเป็นต้องใช้สำหรับวางแผนกู้เงินต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน

เอกสารแสดงตัวตนและรายได้

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • หลักฐานการทำงาน
  • สลิปเงินเดือน 3 เดือนล่าสุด
  • Statement บัญชีธนาคาร 6 เดือนล่าสุด

เอกสารหลักประกัน

  • โฉนดที่ดิน
  • สัญญาซื้อขาย
  • ทะเบียนบ้านของหลักประกัน
  • แบบแปลนการก่อสร้างหรือต่อเติม (ถ้ามี)


ข้อดีและข้อจำกัดของการกู้เงินเพื่อต่อเติม-รีโนเวทบ้าน

หลังจากที่ได้รู้และเข้าใจเทคนิคการขอสินเชื่อเพื่อรีโนเวทบ้านกันไปแล้ว ลองมาดูข้อดีและข้อจำกัดกันบ้าง เพื่อประกอบการตัดสินใจให้คุณได้เงินก้อนมาใช้จ่ายได้ตามแผนที่วางไว้ โดยไม่ต้องกระทบเงินเก็บส่วนตัว

ข้อดีของการกู้เงินเพื่อต่อเติม-รีโนเวทบ้าน

  • ได้รับวงเงินก้อนใหญ่ เหมาะสำหรับการรีโนเวทครั้งใหญ่ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ทำให้การปรับปรุงบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สะดุด
  • อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคล/บัตรกดเงินสด/บัตรเครดิต เพราะเป็นการนำบ้านมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ
  • ระยะเวลาผ่อนชำระนาน ช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนไม่สูงเกินไป สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินได้ง่ายขึ้น
  • มีความยืดหยุ่นสูง เงินก้อนที่ได้มาสามารถนำไปใช้จ่ายได้อเนกประสงค์ ทั้งค่ารีโนเวท ค่าเฟอร์นิเจอร์ หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ

ข้อจำกัดของการกู้เงินเพื่อต่อเติม-รีโนเวทบ้าน

  • ต้องใช้บ้านเป็นหลักประกัน ในการขอสินเชื่อ ซึ่งหมายความว่าบ้านของคุณจะมีภาระผูกพันกับธนาคาร
  • มีขั้นตอนและใช้เอกสารค่อนข้างเยอะ เนื่องจากต้องมีการประเมินมูลค่าของหลักประกัน (บ้านและที่ดิน) ก่อนการอนุมัติสินเชื่อ


ทริคสำคัญที่ควรรู้เมื่อเริ่มต่อเติมบ้าน

การกู้เงินรีโนเวทบ้านเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนก็สำคัญไม่แพ้กัน มาดูเทคนิคที่จะช่วยให้การต่อเติมบ้านเป็นไปอย่างราบรื่น

1. ให้ผู้รับเหมาทำบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคาของ

สิ่งสำคัญในการควบคุมค่าใช้จ่าย คือ การทำบัญชีแสดงรายการวัสดุและราคา (Bill of Quantity) อย่างละเอียด ระบุทั้งชนิด ปริมาณ และราคาต่อหน่วย พร้อมทั้งกำหนดเกรดของวัสดุให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการสับเปลี่ยนวัสดุที่ด้อยคุณภาพ และช่วยให้ควบคุมงบประมาณได้ตามแผน

2. หมั่นเช็กความคืบหน้าของงานอย่างสม่ำเสมอ

ระหว่างการต่อเติมบ้าน ควรตรวจสอบความคืบหน้าของงานเป็นระยะ โดยเปรียบเทียบกับแผนงานที่วางไว้ หากพบความล่าช้าหรือการทำงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ควรแจ้งผู้รับเหมาทันที การติดตามงานอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้งานเสร็จตามกำหนดและได้คุณภาพตามที่ต้องการ

3. ตรวจบ้านให้เรียบร้อยก่อนรับงาน

ก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้ายและรับมอบงาน ควรตรวจสอบความเรียบร้อยของงานทั้งหมดอย่างละเอียด ทั้งงานโครงสร้าง งานสี งานระบบไฟฟ้า และระบบน้ำ หากพบจุดบกพร่องให้แจ้งผู้รับเหมาแก้ไขให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อต่อเติม-รีโนเวทบ้าน

วงเงินที่ได้รับจากสินเชื่อ สามารถนำไปใช้ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ด้วยหรือไม่?

โดยทั่วไปแล้ว วงเงินที่ได้รับจากสินเชื่อบ้านแลกเงิน หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์เพิ่มวงเงินนั้น เป็นสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง คุณจึงสามารถนำเงินก้อนดังกล่าวไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ ทั้งค่าต่อเติม-รีโนเวทบ้าน ค่าผู้รับเหมา รวมถึงการซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่เข้าบ้านได้

บ้านยังผ่อนไม่หมด (ติดจำนอง) สามารถขอสินเชื่อเพื่อรีโนเวทบ้านได้หรือไม่?

สามารถทำได้ โดยวิธีที่แนะนำคือการ รีไฟแนนซ์บ้าน เพิ่มวงเงิน (Top-Up) ซึ่งเป็นการย้ายสินเชื่อบ้านเดิมจากธนาคารเก่า มายังธนาคารใหม่ที่ให้ข้อเสนอที่ดีกว่า พร้อมกับขอกู้เพิ่มในส่วนต่างของราคาประเมินบ้าน เพื่อนำเงินส่วนเกินนั้นมาใช้ในการรีโนเวท ซึ่งมักจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าการขอสินเชื่อส่วนบุคคลแยกต่างหาก

รีโนเวทบ้านควรเลือกแบบไหนดีระหว่าง สินเชื่อบ้านแลกเงิน กับ สินเชื่อรีไฟแนนซ์เพิ่มวงเงิน

การเลือกประเภทสินเชื่อขึ้นอยู่กับสถานะของบ้านคุณ ดังนี้

  • สินเชื่อบ้านแลกเงิน เหมาะสำหรับผู้ที่ "มีบ้านปลอดภาระ" หรือผ่อนชำระหนี้บ้านหมดแล้ว และต้องการนำบ้านมาเป็นหลักประกันเพื่อแลกเงินก้อนไปใช้จ่าย
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์เพิ่มวงเงิน (Top-Up) เหมาะสำหรับผู้ที่ "บ้านยังติดจำนอง" หรือยังผ่อนไม่หมด โดยเป็นการย้ายสินเชื่อพร้อมกับขอวงเงินเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้รีโนเวทบ้าน

สรุปเคล็ดลับวางแผนกู้เงินต่อเติม


สรุปเคล็ดลับวางแผนกู้เงินต่อเติม-รีโนเวทบ้าน

การกู้เงินต่อเติมบ้านเป็นการใช้เงินที่ค่อนข้างสูง และอาจจะมีระยะเวลาผ่อนที่ค่อนข้างนาน เช่นเดียวกับดอกเบี้ยที่จะตามมาด้วย ดังนั้น ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ตั้งแต่การวางแผนงานว่าลักษณะงานเป็นแบบไหน มีกำหนดงบประมาณ การคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีความน่าเชื่อถือ การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ และการทำสัญญากับผู้รับเหมาที่รัดกุม รวมถึงการทำสัญญากับธนาคาร ที่ต้องคำนึงถึงดอกเบี้ย ค่างวดผ่อน ระยะเวลาผ่อน และเป้าหมายที่จะปิดหนี้ให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ ควรสำรองเงินเผื่อไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มเติมขึ้นมาระหว่างดำเนินการ เพื่อให้โครงการกู้เงินรีโนเวทบ้านสำเร็จได้ตามที่คุณต้องการ

สำหรับใคร ที่ยังลังเล หรือต้องการรับคำปรึกษา ทีทีบี เรามีบริการสินเชื่อที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน พร้อมข้อเสนอพิเศษทั้งดอกเบี้ย และค่างวดผ่อนที่สามารถเลือกได้ และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วยการ ฟรี ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และทางเลือกฟรีค่าจดจำนอง* สนใจสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่สาขาทีทีบี ทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านติดต่อกลับได้ที่ แอป ttb touch หรือเว็บไซต์ทีทีบี

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านจากทีทีบี

*ธนาคารจะออกค่าธรรมเนียมจดจำนองให้ 1% ของวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวมสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยลูกค้าชำระค่าธรรมเนียมจดจำนองก่อนแล้วธนาคารจะโอนค่าธรรมเนียมจดจำนองดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าภายในระยะเวลา 30 วัน นับจากวันที่จำนองหลักประกัน

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว : สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3% - 6% ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-4.115% ถึง MRR-1.430% ต่อปี • สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5% - 11% ต่อปี • บัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ย MRR+0.52% ต่อปี = 7.825%ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-1.855% ถึง MRR+3.020% ต่อปี • โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 15 ส.ค. 68 = 7.305% ต่อปี • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกําหนด • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com