‘กู้ร่วม’ เรื่องที่ต้องรู้ จะได้ลงเรือลำเดียวกัน..อย่างแฮปปี้

22 มิ.ย. 2564

ในเดือนแห่งความรักอย่างนี้ เป็นโอกาสดีที่คู่รักจะลงหลักปักฐาน สร้างครอบครัว หลายคู่เริ่มมองหาธุรกิจ หรือทรัพย์สินที่จะครองร่วมกัน เช่น บ้าน คอนโดฯ แต่ก็ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สำหรับคนที่มีรายได้ไม่สูงนัก หรือมีภาระค่าใช้จ่ายด้านอื่น ถ้ากู้ขอสินเชื่อคนเดียวก็อาจไม่ผ่านเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด จึงต้องอาศัย “การกู้ร่วม” พูดง่ายๆ คือหาคนช่วยแชร์ภาระหนี้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจลงเรือลำเดียวกัน...เรารู้จักการกู้ร่วมดีพอหรือยัง?


กู้ร่วมคืออะไร?
“กู้ร่วม” คือการทำสัญญายื่นกู้สินเชื่อก้อนเดียวกัน เพื่อให้ทางธนาคารเห็นว่าจะมีอีกคนมาช่วยรับผิดชอบ (แบก) หนี้ เพิ่มความมั่นใจว่าจะสามารถผ่อนชำระได้ตามกำหนด ทำให้ขออนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น หรือได้วงเงินสูงขึ้น โดยปกติแล้วจะกู้ร่วมได้ไม่เกิน 3 คน สามารถกู้ร่วมได้ในสินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์

ใครบ้างที่ขอกู้ร่วมได้?
1.คนที่มีนามสกุลเดียวกัน
เช่น พี่-น้อง พ่อ-แม่-ลูก

2.พี่-น้องท้องเดียวกัน
แม้จะคนละนามสกุลก็สามารถกู้ร่วมได้ โดยต้องแสดงทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรระบุว่ามีพ่อแม่คนเดียวกัน

3.สามี-ภรรยา
แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็กู้ร่วมกันได้ แต่ต้องแสดงหลักฐานการเป็นสามี-ภรรยากัน เช่น ภาพถ่ายหรือการ์ดงานแต่งงาน หนังสือรับรองบุตร


ประโยชน์ของการกู้ร่วม
1.ขออนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
คนที่ต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดฯ แต่กังวลว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาของธนาคาร หากมีผู้กู้ร่วมที่มีสุขภาพการเงินแข็งแรง ก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น

2.ได้วงเงินสูงขึ้น
การมีผู้กู้ร่วม ฐานรายได้ที่นำมาพิจารณาก็จะเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสได้วงเงินสูงขึ้น

3.ไม่ต้องแบกภาระหนี้คนเดียว
การกู้ร่วมทำให้เรามีคนช่วยผ่อนชำระหนี้ และเป็นการกระจายความเสี่ยง เผื่อวันหนึ่งเราขาดสภาพคล่อง ก็ยังมีผู้กู้ร่วมที่สามารถชำระหนี้ได้ เพราะลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ต้องช่วยกัน


ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจลงเรือลำเดียวกัน
1.กู้ร่วมไม่ได้แปลว่าต้องหารหนี้เท่า ๆ กัน
การกู้ร่วมไม่ได้แปลว่าจะต้องรับผิดชอบฝ่ายละครึ่ง (หรือหารเท่าๆ กัน) แต่ทุกคนจะต้องรับผิดชอบหนี้สินก้อนนี้ร่วมกัน ดังนั้นถ้าผิดชำระหนี้หรือถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ธนาคารมีสิทธิ์จะเรียกชำระหนี้จากใครก็ได้ที่เป็นผู้กู้ร่วม

2.การใส่ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์
การกู้ร่วมอสังหาริมทรัพย์จะมีอยู่ 2 แบบคือ “ใส่ชื่อคนเดียวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์” แบบนี้ง่ายและสะดวก แต่ผู้กู้ร่วมจะไม่มีกรรมสิทธิ์ใด ๆ ในอสังหาฯ นั้น กับอีกแบบคือ “ใส่ชื่อผู้กู้ร่วมทุกคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์” แบบนี้ทุกคนจะมีสิทธิ์เท่าๆ กัน แต่หากต้องการขายอสังหาฯ นั้น จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุกคน

3.สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจะหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ จะแบ่งกันเองไม่ได้ แต่จะลดหย่อนรวมได้สูงสุดเพียง 100,000 บาท (ถ้ากู้ร่วม 2 คน แปลว่าลดหย่อนได้สูงสุดคนละ 50,000 บาท)

4.ถ้าผู้กู้ร่วมเสียชีวิต
กรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิตจะต้องแจ้งธนาคาร มิเช่นนั้นสัญญาจะไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิต (ที่ธนาคารประเมินแล้วว่าสามารถจ่ายหนี้ได้) จะเข้ามารับช่วงต่อการผ่อนชำระ


ลงชื่อกู้ร่วมแล้วจะยกเลิกได้มั้ย?
จะถอนชื่อกู้ร่วมได้ ต่อเมื่อธนาคารพิจารณาแล้วว่าผู้กู้ร่วมที่เหลืออยู่สามารถผ่อนชำระไหว หรือใกล้หมดสัญญาแล้ว แต่ถ้าธนาคารเห็นว่าคนที่เหลืออยู่ผ่อนไม่ไหว ก็ต้องหาคนอื่นมากู้ร่วมแทน

“การกู้ร่วม” ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการขอสินเชื่อ ทำให้ธนาคารอนุมัติได้ง่ายขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคู่ที่อยากมีธุรกิจร่วมกัน หรือซื้อบ้านเพื่อสร้างอนาคต แต่ก่อนจะตัดสินใจกู้ร่วม ต้องมั่นใจก่อนว่าคนนั้น ๆ ไว้ใจได้ และมีความสามารถในการจ่ายหนี้ หรือการกู้ร่วมซื้อบ้านกับคนรัก ก็อยากให้แน่ใจแล้วว่าจะลงหลักปักฐานกับคนนี้จริง ๆ เพราะเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ต้องไปให้ตลอดรอดฝั่ง

หากต้องการคำปรึกษาเรื่องสินเชื่อบ้าน สินเชื่อธุรกิจ สามารถติดต่อทีเอ็มบีธนชาต ได้ทุกสาขาเลยครับ