Key Takeaways
- โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และ 3 ปีข้างหน้าคือช่วงเวลาสำคัญที่ SME ต้องเร่งปรับตัว
- สงครามการค้าไม่ได้จบลง แต่กำลังเปลี่ยนเป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุน
- SME ไทยต้องจับตา 4 ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การพึ่งพาจีน ค่าเงินผันผวน ดอกเบี้ย และการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
- ธุรกิจที่กระจายความเสี่ยง ใช้เทคโนโลยี และวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ จะมีโอกาสเติบโตได้ท่ามกลางความผันผวนของโลก
แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะดูผ่อนคลายลง แต่ความจริงคือการแข่งขันกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ จากการขึ้นภาษีสินค้า สู่การแยกห่วงโซ่อุปทาน การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และการช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ
สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่ไม่ใช่แค่ความเสี่ยง แต่เป็น "หน้าต่างโอกาส" สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็ว สิ่งที่น่าสนใจคือ "3 ปี" ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเชิงสัญลักษณ์ แต่ถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจโลก ทั้งในมุมของสหรัฐฯ ที่กำลังลดการพึ่งพาจีน และในมุมของจีนที่กำลังเร่งสร้างความได้เปรียบใหม่ผ่านเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่ ก่อนที่ห่วงโซ่อุปทานโลกจะจัดระเบียบตัวเองครั้งใหม่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งนี่คือช่วง 3 ปีที่ SME ไทยต้องรีบวางหมากก่อนเกมเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
ครั้งนี้ finbiz by ttb ขอรวบรวมเนื้อหาที่ได้จากงานสัมมนา “รับมือความผันผวนการค้าโลก 2026 เสริมแกร่ง SME นำเข้า–ส่งออก” มาเรียบเรียงให้ท่านผู้ประกอบได้พิจารณาหาแนวทางในการดำเนินธุรกิจ
สงครามการค้ายังไม่จบ แค่เปลี่ยนรูปแบบ
ในอดีต สหรัฐฯ และจีนเคยตอบโต้กันด้วยกำแพงภาษีที่สูงกว่า 100% แต่วันนี้อัตราภาษีระหว่างสองประเทศลดลงมาอย่างมากจากการพักรบทางการค้าระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางและระยะยาวทั้งสองประเทศยังเดินหน้าลดการพึ่งพากันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของจีนคือการครองกำลังการแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธกว่า 90% ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมความมั่นคง แต่ข้อได้เปรียบนี้อาจอยู่ได้อีกไม่นาน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นเพียงความได้เปรียบในช่วงเปลี่ยนผ่านของอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะหลายประเทศกำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธทางเลือกของตนเอง นั่นทำให้จีนต้องเร่งสร้าง "ไพ่ใบใหม่" ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต
เกมใหม่ของโลกอยู่ที่เทคโนโลยี
การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจวันนี้ไม่ได้อยู่ที่การค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเป็นผู้นำเทคโนโลยี จีนกำลังเร่งลงทุนด้าน AI และระบบอัตโนมัติอย่างจริงจัง ปัจจุบันมีบริษัทหุ่นยนต์มากกว่า 190,000 บริษัท และมีบริษัทใหม่เกิดขึ้นอีกกว่า 44,000 บริษัทในปี 2024 เพียงปีเดียว
ขณะเดียวกัน จีนยังผลักดันเทคโนโลยีสำคัญอีกหลายด้าน เช่น Quantum Technology, Biomanufacturing, Brain-Computer Interface, 6G และพลังงานแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Biomanufacturing ซึ่งมีศักยภาพเปลี่ยนโฉมการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยา วัสดุใหม่ และพลังงานสะอาด สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อรูปแบบการผลิตและต้นทุนของธุรกิจในอนาคต
คลื่นทุนจีนกำลังมุ่งสู่อาเซียน
ภายใต้แรงกดดันจากการแข่งขันภายในประเทศ กำลังซื้อที่ชะลอตัว และกระแสต่อต้านสินค้าจีนในหลายตลาด บริษัทจีนจำนวนมากกำลังปรับกลยุทธ์สู่ต่างประเทศ
- ส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนไปประกอบในประเทศปลายทาง
- ร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น
- ใช้อาเซียนเป็นฐานการผลิตและส่งออกสู่ตลาดตะวันตก
นี่คือโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงเทคโนโลยี เครื่องจักร และวัตถุดิบที่มีต้นทุนแข่งขันได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องรับมือกับการแข่งขันจากสินค้าจีนที่รุนแรงขึ้นเช่นกัน
4 ความเสี่ยงที่ SME ต้องจับตา
- พึ่งพาจีนสูง SME ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนประมาณ 50% ทำให้การเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจจีนส่งผลต่อธุรกิจไทยโดยตรง ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณากระจายแหล่งจัดหาสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว
- ความผันผวนของค่าเงิน เงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ยราว 10% ต่อปี หากธุรกิจไม่บริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ผลกระทบจากค่าเงินอาจมากกว่ากำไรจากการดำเนินธุรกิจ จึงควรวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับรูปแบบรายรับและรายจ่ายของธุรกิจ
- ทิศทางดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ที่ 1% ต่ำกว่าสหรัฐฯ ที่ประมาณ 3.5% จึงยังเป็นช่วงที่ต้นทุนการเงินอยู่ในระดับเอื้อต่อการลงทุน ผู้ประกอบการที่มีแผนขยายธุรกิจจึงควรประเมินโอกาสในการลงทุนและบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม
- การเติบโตของเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโต 1.7% เทียบกับเศรษฐกิจโลกที่ 3.5% ขณะที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงถึง 87% ของ GDP ทำให้การมองหาโอกาสในต่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าและตลาดไปยังประเทศที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต
จาก "อยู่รอดในวิกฤต" สู่ "เติบโตจากความผันผวน"
โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในวันนี้ไม่ใช่การทำนายความเปลี่ยนแปลง แต่คือการสร้างธุรกิจที่เติบโตได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
3 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงของการแยกตัวของห่วงโซ่อุปทาน การปฏิวัติ AI และเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงการขยายบทบาททางเศรษฐกิจของจีนในอาเซียน ผู้ประกอบการที่กระจายความเสี่ยง เปิดรับความร่วมมือใหม่ และใช้เทคโนโลยียกระดับธุรกิจ จะมีโอกาสเปลี่ยนความผันผวนของโลกให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะในโลกการค้ายุคใหม่ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ธุรกิจที่แข็งแรงที่สุด แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด
เติบโตได้ในโลกที่ผันผวนต้องบริหารความเสี่ยงให้เป็น
ในโลกการค้า 2026 ผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ทั้งราคาน้ำมัน ค่าเงิน หรือนโยบายทั้งหลาย สิ่งที่ทำได้คือการเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้อย่างรอบด้าน และวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ ในโลกที่ผันผวน “ความพร้อม” และ “ความยืดหยุ่น” คือแต้มต่อสำคัญที่สุดของ SME
อีกสิ่งที่ธุรกิจมองข้ามไม่ได้คือ ปัจจุบันมีเครื่องมือทางการเงินที่เข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงได้หลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินไปต่างประเทศให้คู่ค้าจีนที่ทำธุรกิจค้าขายด้วยเงินหยวนเป็นหลัก เพื่อช่วยลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ และลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน การใช้บัญชีหลายสกุลเงินในบัญชีเดียว การล็อกต้นทุนหรือรายรับค่าเงินล่วงหน้า ไปจนถึงสินเชื่อที่ออกแบบมาให้เหมาะกับ SME โดยเฉพาะ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยน “ความเสี่ยง” ให้กลายเป็น “โอกาส”
ทีทีบีเองก็มีเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ SME อย่างครบวงจร โซลูชันทางการเงินเพื่อธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ที่ประกอบไปด้วย ttb multi currency account ที่ช่วยให้ SME ซื้อ–ขาย–รับ–จ่ายกับคู่ค้าในประเทศต่าง ๆ ได้หลากหลายสกุลเงินผ่านบัญชีเดียว รองรับสูงสุดถึง 11 สกุลเงิน หรือ ttb business one แพลตฟอร์มที่รวมธุรกรรมในประเทศและต่างประเทศไว้บนระบบเดียว ช่วยให้บริหารจัดการได้สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง
ในด้านการบริหารความเสี่ยงค่าเงิน ทีทีบียังมี ttb hedging solution สำหรับล็อกต้นทุนหรือรายรับล่วงหน้า ลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะ SME ที่นำเข้าจากจีน สามารถเลือกบริหารความเสี่ยงของเงินหยวนได้ผ่าน Yuan Pro Rata Forward รวมถึง Yuan Full Pay ที่โอนเงินหยวนได้เต็มจำนวน ไม่ต้องเผื่อยอด ค่าธรรมเนียมการโอนต่ำ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้คู่ค้าจีนที่ได้รับเงินครบและรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุน ทีทีบียังมี สินเชื่อและโซลูชัน ttb sme ให้วงเงินสินเชื่อที่ครอบคลุมการนำเข้า–ส่งออก ช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และเสริมศักยภาพการแข่งขันในช่วงที่โลกการค้าเต็มไปด้วยความผันผวน
นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการ SME ต้องการต่อยอดความมั่งคั่งส่วนบุคคล ยังมีทางเลือกในการออมหรือลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ หรือการลงทุนผ่านหุ้นกู้ที่อ้างอิงสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งหุ้น ค่าเงิน ดอกเบี้ย และดัชนีต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว
ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ การมีเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหารความเสี่ยงและรักษาความสามารถในการแข่งขัน
เหตุผลที่ช่วงเวลานี้ถูกมองเป็น “3 ปีทอง” ไม่ใช่เพราะความเสี่ยงลดลง แต่เพราะโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่กติกาเศรษฐกิจใหม่ ผู้ประกอบการที่ปรับตัวได้เร็ว ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนความผันผวนให้เป็นความได้เปรียบทางธุรกิจ
ที่มา :
- งานสัมมนา “รับมือความผันผวนการค้าโลก 2026 เสริมแกร่ง SME นำเข้า–ส่งออก”
finbiz by ttb
ศูนย์รวมความรู้ธุรกิจจากพันธมิตรชั้นนำ
เพื่อช่วย SME ต่อยอดธุรกิจ พร้อมทุกการเปลี่ยนแปลง เติบโตได้จริงอย่างยั่งยืน
อัปเดตทุกดิจิทัลเทรนด์ และความรู้ดี ๆ ที่ SME ไม่ควรพลาด
เพียงแอดไลน์ @ttbSME