Key Takeaways: 4 เสาหลักที่ทำให้ SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน
- รายได้ต้องหลากหลาย ไม่พึ่งตลาดเดียว
กระจายพอร์ตลูกค้าให้กระจายแหล่งรายได้ ทั้ง B2C B2B และ B2G
สิ่งที่ควรทำ: แยกรายการ “สัดส่วนรายได้ปัจจุบัน” แล้วพิจารณาว่า พึ่งพาส่วนใดมากไปหรือไม่ ควรหาแหล่งรายได้เพิ่มหรือไม่
- บริหารสภาพคล่องให้ครบวัฏจักร
จัดการกระแสเงินสดให้คล่องทั้ง ก่อนส่งมอบงาน ระหว่าง และหลังส่งมอบงาน รวมถึงเอกสารสำคัญต้องพร้อม
สิ่งที่ควรทำ: วาดแผนที่การเงินหมุนของกิจการ (Cash Conversion Map: CCM) เพื่อให้เห็นการเงินทั้งวัฏจักรแล้วระบุจุดที่ควรใช้เครื่องมือการเงิน
- ระบบงานลื่นไหล ทันยุค ปรับได้ตลอด
ทำให้เส้นทางงานไหลเชื่อมกัน และวัดผลด้วยตัวเลขจริง ลดซ้ำ ลดผิด เปิดรับนวัตกรรม
สิ่งที่ควรทำ: ตรวจสอบระบบหาจุดสะดุดและจัดการให้ทุกระบบเชื่อมกัน
- พาร์ทเนอร์ที่ดี = ไปได้ไกลกว่า
เครือข่ายซัพพลายเชน การตลาด เทคโนโลยี และ พาร์ทเนอร์การเงิน เป็นส่วนที่ช่วยให้ธุรกิจไปได้ไกลกว่า
สิ่งที่ควรทำ: เลือกพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเกื้อหนุนในด้าน “ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ช่วยการหมุนเวียนของธุรกิจ” ได้ราบรื่นที่สุด
ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังผันผวนจากต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น สิ่งที่ท้าทาย SME มากที่สุดไม่ใช่แค่ “จะขายได้หรือไม่” แต่คือ “จะประคองธุรกิจให้เดินต่อได้ตลอดทั้งปีหรือเปล่า”
แม้ SME จะเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด และจ้างงานมากกว่า 70% ของแรงงานทั้งประเทศ แต่ข้อมูลกลับสะท้อนว่า SME จำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับความเสี่ยงซ้ำ ๆ ทั้งเรื่องรายได้กระจุกตัว สภาพคล่องสะดุด และการขาดระบบรองรับการเติบโตในระยะยาว
finbiz by ttb จึงสรุปบทเรียนจากข้อมูลเศรษฐกิจและประสบการณ์การทำงานกับผู้ประกอบการ ออกมาเป็น “4 เสาหลัก” ที่ SME จำเป็นต้องมี หากต้องการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
1) รายได้ต้องหลากหลาย ไม่พึ่งตลาดเดียว
การพึ่งพาตลาดเดียวอาจดูง่ายในช่วงเริ่มต้น แต่กลับกลายเป็นความเสี่ยงในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนผันผวนและกำลังซื้อไม่แน่นอน ดังนั้นรายได้ต้อง “หลากหลาย” โดยอาศัยตลาดหลายกลุ่ม ช่วยให้ SME มีรายได้ที่สมดุลขึ้น และสามารถใช้ตลาดหนึ่งประคองอีกตลาดหนึ่งในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอ ตลาดที่น่าสนใจ เช่น
- ตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) เงินหมุนเร็ว แต่แข่งขันแรง
- ตลาดเอกชน (B2B) มูลค่าดีลสูง แต่มีเครดิตเทอมยาว
- ตลาดภาครัฐ (B2G) จ่ายแน่นอน มีโครงการที่ชัดเจน แม้ว่าการสั่งจ่ายอาจมีรอบตามระบบ แต่ก็เป็นรายได้ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพ
การประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เพราะในปัจจุบัน ภาครัฐมีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะไทยกำลังเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล ซึ่งเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจปี 2025–2026 ให้เติบโตระดับ 2.9% ตามการเบิกจ่ายงบประมาณและโครงการต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการเป็นช่องทางกระจายรายได้ ของ SME การกระจายตลาดในลักษณะนี้ เพื่อถ้าตลาดหนึ่งชะลอ อีกตลาดจะช่วยประคอง ให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้แบบไม่ฝากความหวังไว้กับทางเดียว
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำเพื่อให้มีเสาหลักนี้ คือ ต้องกระจายตลาด
2) สภาพคล่องต้องครอบคลุมทั้งก่อน–ระหว่าง–หลังการขาย
ปัญหาคลาสสิกของ SME คือ “มีออเดอร์ แต่รับงานไม่ได้” ไม่ใช่เพราะขาดศักยภาพ แต่เพราะ เงินสดไม่พอในช่วงที่ต้องควักก่อน หรือ เอกสารสำคัญอย่างหนังสือค้ำประกัน (LG) ซึ่งปัจจุบันกับงานภาครัฐต้องเตรียมหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ (e-LG) ด้วยก็อาจเตรียมการไม่ทัน หากไม่บริหารกระแสเงินสด หรือเตรียมเอกสารสำคัญให้คล่องตัวตลอดทั้งวัฏจักร ตั้งแต่เตรียมงาน รับงาน ไปจนถึงช่วงรอรับเงิน ธุรกิจมีโอกาสสะดุดแม้ยอดขายเติบโต ซึ่งข้อมูลจาก BOT ชี้ว่า การเข้าถึงสินเชื่อและเครื่องมือการเงินที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และทำให้ SME รับงานได้มากขึ้นกว่าการพึ่งเงินสดเพียงอย่างเดียว
และแม้ส่งงานเสร็จแล้ว ธุรกิจก็ยังต้อง รอเงิน 30–90 วัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในงานแบบ B2B หรือ B2G จนทำให้หลายกิจการสะดุดทั้งที่ยอดขายดี เครื่องมืออย่าง แฟคตอริ่ง (Factoring) /Supply Chain Finance สามารถช่วยให้ SME เร่งเงินสดจากบิลที่ต้องรอ ทำให้หมุนเงินได้ทัน และขยายยอดขายได้มากกว่า เพราะไม่ต้องเสียโอกาสจากการรอเงินนานเกินไป
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำเพื่อให้มีเสาหลักนี้ คือ ต้องจัดการกระแสเงินสดให้ครอบคลุมทั้งวัฏจักร รวมถึงเอกสารสำคัญที่เป็นหลักค้ำประกันได้
3) ระบบงานต้องเชื่อมต่อ วัดผลได้ พร้อมปรับได้ตลอด
ธุรกิจที่โตต่อเนื่องไม่ใช่ธุรกิจที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือธุรกิจที่จัดการกระบวนการหลังบ้านได้มีประสิทธิภาพ การเชื่อมระบบขาย บัญชี สต็อก และการเงิน ช่วยลดต้นทุนที่มองไม่เห็น และทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก ในช่วงเริ่มต้นอาจใช้ระบบง่าย ๆ แต่วางแผนไว้ว่าต้องมีความยืดหยุ่น เมื่อธุรกิจพัฒนาอาจเสริมระบบอัตโนมัติ AI หรือโซลูชันใหม่ ๆ ได้โดยที่ทั้งระบบเดิมไม่สะดุด และวัดผลการทำงานรวมถึงผลของการพัฒนาได้
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำเพื่อให้มีเสาหลักนี้ คือ ต้องพร้อมเปิดรับโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจและมีแนวทางการวัดผล
4) พาร์ทเนอร์ที่ดี คือแรงเสริมสำคัญ
ในยุคที่ความเสี่ยงสูง การเติบโตด้วยตัวเองเพียงลำพังอาจไม่เพียงพอ พาร์ทเนอร์ที่เข้าใจบริบทธุรกิจ ทั้งในด้านซัพพลายเชน เทคโนโลยี และการเงิน ช่วยให้ SME เดินเกมได้มั่นคงขึ้น โดยเฉพาะพาร์ทเนอร์ด้านการเงิน ที่สามารถเข้าใจจังหวะเงินเข้าออกของธุรกิจ จะช่วยลดโอกาสสะดุดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้อย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินเข้าใจธุรกิจ SME มากขึ้น และควรเป็นหนึ่งใน “พาร์ทเนอร์หลัก ที่จะช่วยในเรื่องที่ธุรกิจเจอเป็นประจำ ทั้งก่อนขาย ระหว่างทำงาน และหลังส่งงาน ธุรกิจจะยืนได้มั่นคงกว่าเดิมมาก ถ้ามีพาร์ทเนอร์ด้านการเงินที่เสริมได้ตรงจุด
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำเพื่อให้มีเสาหลักนี้ คือ ต้องทำธุรกิจอย่างมีพาร์ทเนอร์ เลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะกับ DNA ของธุรกิจ
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การเติบโตของ SME ในวันนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขาย แต่คือการสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแรงพอจะรับมือกับความไม่แน่นอนในวันข้างหน้า หาก SME สามารถสร้างรายได้ที่หลากหลาย บริหารสภาพคล่องได้ครบวัฏจักร มีระบบรองรับการขยายตัว และมีพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจธุรกิจอย่างแท้จริง การเติบโตระยะยาวก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ทีทีบี พาร์ทเนอร์ที่เข้าใจ ที่มาพร้อมโซลูชันที่ตอบโจทย์
จากหลักทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะพบว่า หากต้องการลดความเสี่ยง ธุรกิจที่มีรายได้จากแหล่งที่หลากหลายจะมีความได้เปรียบกว่า หนึ่งในนั้นคือรายได้จากภาครัฐก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีความน่าสนใจ เพราะมีงบประมาณในแต่ละปีทั้งกับสินค้าและบริการ ทีทีบี จึงมีโซลูชันที่ตอบโจทย์ เพื่อผู้ประกอบการ SME ผู้รับงานจากหน่วยงานของรัฐ เพิ่มโอกาส และเติมศักยภาพให้ธุรกิจ เข้าถึงเงินทุนได้ไวกว่าเดิม สามารถรับงานต่อได้ทันใจ เพิ่มโอกาสการเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ด้วยเงินทุนที่สามารถใช้ได้ทั้งในและต่างประเทศ ไม่พลาดทุกโอกาสในการเข้าประมูลงานภาครัฐ อย่าง สินเชื่อและโซลูชันครบวงจรจากทีทีบี
ครอบคลุม ตอบโจทย์ผู้ประกอบการครบวงจร ตั้งแต่ยื่นประมูลงานภาครัฐจนถึงเงินหมุนเวียนหลังส่งมอบงาน ให้ธุรกิจเดินหน้าได้แบบไม่สะดุด
- พร้อมทุกการประมูลงาน ด้วย บริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ ทีทีบี (ttb e-guarantee) และ บริการหนังสือค้ำประกัน (Letter of Guarantee: L/G) ครบทุกประเภท (L/G Bid, L/G Advance, L/G Performance และ L/G Retention) และ สินเชื่อเพื่อผู้รับงานภาครัฐ ทีทีบี (ttb government procurement) วงเงินหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง DLC/DTR, Trade Finance และ RPN ให้คุณรับเงินไว เดินหน้าประมูลงานได้อย่างมั่นใจในทุกขั้นตอน
- เดินหน้าธุรกิจต่อเนื่อง ด้วยสินเชื่อแฟคตอริ่ง ทีทีบี (ttb government factoring) เปลี่ยนลูกหนี้การค้าให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหลังส่งมอบงาน รับเงินล่วงหน้าสูงสุด 95% ของมูลค่าใบแจ้งหนี้ อนุมัติเงินไว ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
- ขอออกหนังสือค้ำประกัน และเบิกรับสินเชื่อได้ผ่านออนไลน์ที่ ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ รับเงินเร็ว สะดวกทุกที่ ทุกเวลา
ในท้ายที่สุด “4 เสาหลัก” นี้คือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ SME แข็งแรงขึ้นจริงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการกระจายรายได้ให้หลากหลาย การมีสภาพคล่องพร้อมรับโอกาส การบริหารเงินหลังขายให้ไม่สะดุด และการมีพาร์ทเนอร์ที่ช่วยธุรกิจได้ในทุกจังหวะธุรกิจจะเดินหน้าได้มั่นคงกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะถ้ามีพาร์ทเนอร์ด้านการเงินที่เข้าใจ SME จริง ซึ่งช่วยทั้งตอนยื่นประมูล เริ่มงาน ไปจนถึงช่วงรอรับเงิน และนี่คือเหตุผลที่ ทีทีบี พัฒนาโซลูชันมาอย่างเข้าใจผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจไปได้ไกลขึ้นอย่างแท้จริง เติบโตอย่างยั่งยืนได้
ที่มา :
- Asian Development Bank (ADB)
- International Institute for Trade and Development (ITD)
- Statista
- World Bank
- ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand : BOT)
- สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC)
- สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (OSMEP)
- go.th - ศูนย์ข้อมูลข่าวสารภาครัฐ
finbiz by ttb
โครงการเสริมความรู้สู่การเป็น Smart SME ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม
พร้อมองค์ความรู้ ที่ครบครัน จาก Partner ชั้นนำทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
เพื่อให้ธุรกิจสามารถก้าวผ่านความท้าทายของโลกปัจจุบัน
ปรับตัวตอบโจทย์ยุคดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
อัปเดตทุกดิจิทัลเทรนด์ และความรู้ดี ๆ ที่ SME ไม่ควรพลาด
เพียงแอดไลน์ @ttbSME