ประกันชีวิต ทีทีบี แฮปปี้ รีไทร์ 90

เกษียณเมื่อไหร่ มีเงินใช้แน่นอน วางแผนง่าย จ่ายสั้น

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

ออมสั้น รับบำนาญยาว

ชำระเบี้ยฯ สั้นๆ และคงที่ เพียง 5 ปี ได้รับความคุ้มครองถึงอายุ 90 ปี

มีเงินบำนาญใช้จ่าย

รับเงินบำนาญปกติ 15% ของทุนประกันภัยทุกปี ทำให้มีเงินพร้อมใช้ ตั้งแต่อายุ 60- 90 ปี (รับรองการจ่าย)

โอกาสรับเงินเพิ่มพูน

มีโอกาสรับเงินบำนาญพิเศษ 5% ของทุนประกันภัยเพิ่มพิเศษ (ถ้ามี) ทุนประกันภัยเพิ่มพิเศษเป็นเงินปันผลเริ่มสะสมตั้งแต่วันครบรอบกรมธรรม์ที่ 1 จนถึงอายุ 60 ปี (ไม่รับรองการจ่าย)

เบี้ยฯ บำนาญลดหย่อนภาษีได้

สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร

ความคุ้มครองและผลประโยชน์

  • เกษียณเมื่อไร มีเงินใช้แน่นอน
  • รับเงินบำนาญปกติ ปีละ 15% ของทุนประกันภัย
  • รวมรับเงินบำนาญปกติตลอดสัญญา 465% ของทุนประกันภัย
  • โอกาสรับเงินบำนาญพิเศษ 5% ของทุนประกันภัยเพิ่มพิเศษ (ถ้ามี)
  • คุ้มครองกรณีเสียชีวิตทั้งช่วงก่อน และหลังรับเงินบำนาญ

 

ตัวอย่างผลประโยชน์

พนักงานบริษัทเพศชาย อายุ 40 ปี ต้องการวางแผนเกษียณ โดยต้องการมีรายได้หลังเกษียณอายุ ปีละ 60,000 บาท จึงเลือกซื้อที่ทุนประกันชีวิต 400,000 บาท จ่ายค่าเบี้ยฯ รายปี 203,600 บาท

ผลประโยชน์โดยละเอียด

อายุรับประกันภัย

20 - 55 ปี

ระยะเวลาเอาประกันภัย

ถึงอายุ 90 ปี

ระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย

5 ปี

ทุนประกันภัย

เริ่มต้น 100,000 บาท

เบี้ยประกันภัย

เบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และทุนประกันภัย

งวดการชำระเบี้ยฯ

รายปี / ราย 6 เดือน

เงินคืนระหว่างสัญญา

ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 60 -90 ปี รับเงินบำนาญปกติปีละ 15% ของทุนประกันภัย

 

เงินคืนครบกำหนดสัญญา

  • รวมรับเงินบำนาญปกติตลอดสัญญา 465%
  • โอกาสรับเงินบำนาญพิเศษ 5% ของทุนประกันภัยเพิ่มพิเศษ (ถ้ามี)

หมายเหตุ : ทุนประกันภัยเพิ่มพิเศษ เป็นเงินปันผลที่บริษัทพิจารณาจัดสรรให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยเริ่มสะสมตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1 จนถึงวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยอายุครบ 60 ปี ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อกำหนดและวิธีการคำนวณเงินปันผล โดยเงินปันผลนี้จะขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุนหลังจากหักด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัท และผลประกอบการที่บริษัทฯ พิจารณาจัดสรรให้ผู้เอาประกันภัย ดังนั้น เงินบำนาญพิเศษจึงเป็นผลประโยชน์ที่ไม่รับรองการจ่าย

ช่วงก่อนรับเงินบำนาญ
(ตั้งแต่วันที่กรมธรรม์มีผลบังคับจนถึงก่อนวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 60 ปี)

  • รับผลประโยชน์ในจำนวนที่มากกว่า ระหว่างมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 100% ของทุนประกันภัย หรือ 120% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด
  • เงินปันผลสะสม(ถ้ามี)

ช่วงรับเงินบำนาญ
(ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 60-90ปี)

  • รับผลประโยชน์ในจำนวนที่มากกว่า ระหว่างจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด หักด้วย จำนวนเงินบำนาญปกติที่รับไปแล้วทั้งหมด หรือ มูลค่าปัจจุบันของจำนวนเงินบำนาญปกติที่ยังไม่ได้รับจนครบ 15 งวด โดยจะจ่ายให้แก่ผู้รับประโยชน์ในครั้งเดียว
  • เงินปันผลสะสมคงเหลือหลังจากหักด้วยเงินบำนาญพิเศษที่ผู้เอาประกันภัยได้รับไปแล้วทั้งหมด(ถ้ามี)

เงื่อนไขผลิตภัณฑ์

เอกสารประกอบการสมัคร
  1. ใบคำขอเอาประกันชีวิต กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมลงนามในเอกสารใบคำขอทั้งผู้เอาประกันและผู้ขาย
  2. ใบเสนอขาย ลงนามในเอกสารทั้งผู้เอาประกันและผู้ขาย
  3. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
    3.1 กรณีที่เป็นผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า17 ปี) และยังไม่ได้ทำบัตรประชาชน สามารถใช้สูติบัตรแทนได้
    3.2 กรณีชาวต่างชาติ ใช้สำเนาพาสปอร์ต, วีซ่า และสำเนาใบอนุญาตการทำงานในประเทศไทย (Work permit) ที่มีข้อมูลจนถึงปัจจุบัน และตอบคำถามในถ้อยแถลงสำหรับชาวต่างชาติ
  4. กรณีผู้ขอเอาประกันเป็นผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 17 ปี) ขอเพิ่มสำเนาบัตรประชาชนของผู้ชำระเบี้ย พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  5. กรณีที่ลูกค้าประกอบอาชีพเสี่ยง และ/หรือ ค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ขอเพิ่มแบบฟอร์มการพิสูจน์ทราบตัวตนลูกค้า
หมายเหตุ
  1. ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต มิใช่การฝากเงิน เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดจากกรมธรรม์ ผู้ขอเอาประกันภัยควรชำระเบี้ยประกันภัยจนครบระยะเวลาการชำระเบี้ยฯ และถือครองกรมธรรม์จนครบกำหนดสัญญา หากกรมธรรม์ยุติความคุ้มครองก่อนครบกำหนดสัญญา ผู้ขอเอาประกันภัยอาจไม่ได้รับเงินคืนเท่ากับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากกรมธรรม์หรือจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้ว
  2. ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาและทำความเข้าใจในเอกสารประกอบการเสนอขายก่อนตัดสินใจทำประกันภัย เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว โปรดศึกษารายละเอียด ข้อกำหนด และเงื่อนไขในกรมธรรม์
  3. เบี้ยประกันภัยชีวิตแบบบำนาญสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี หรือสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี (ในกรณีที่ไม่มีเบี้ยประกันภัยคุ้มครองชีวิตแบบอื่นๆ) แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินและเมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกบข. กองทุนสงเคราะห์ตามกฏหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินลงทุนกองทุน SSF/RMF แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
รับประกันโดย

บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ทีเอ็มบีธนชาต เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตและรับผิดชอบในฐานะนายหน้าเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย