external-popup-close

คุณกำลังออกจากเว็บไซต์ ทีทีบี
เพื่อเข้าสู่

https://www.ttbbank.com/

ตกลง

เช็กลิสต์รายการลดหย่อนภาษี 2569 เช็กสิทธิ์ให้ครบก่อนยื่นภาษี

#ลดหย่อนภาษี #รายการลดหย่อนภาษี 2569 #ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา #เช็กรายการลดหย่อนภาษี
7 ต.ค. 2569

เมื่อใกล้ถึงช่วงเวลายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หลายคนอาจเริ่มรวบรวมเอกสาร และทบทวนว่าตลอดปี 2569 รายได้และรายการลดหย่อนที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2569 มีการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีรายการใดบ้าง และยังมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีใดบ้างที่ยังใช้สิทธิ์ได้ไม่เต็มจำนวน หรือยังไม่ได้ใช้สิทธิ์

บทความนี้ได้รวบรวมรายการลดหย่อนภาษีปี 2569 ค่าลดหย่อนภาษี, เงื่อนไขสำคัญ และข้อควรระวัง เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับตรวจสอบสิทธิ์ลดหย่อนภาษี และวางแผนลดหย่อนภาษีให้ครบถ้วนตามสิทธิ์


หัวข้อน่าสนใจ


รายการลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรบ้าง?

รายการลดหย่อนภาษีในปี 2569 สามารถแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

Checklist รายการค่าลดหย่อนภาษี 2569

สรุปรายการและวงเงินลดหย่อนภาษี 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ เงื่อนไขการใช้สิทธิ์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนใช้สิทธิ์


1. สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัวมีอะไรบ้าง และต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?

สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนตัว และครอบครัวเป็นสิทธิ์พื้นฐานของผู้มีเงินได้ ส่วนผู้ที่มีคู่สมรส, บุตร, หรือมีภาระดูแลสมาชิกในครอบครัวไม่ว่าจะเป็น บิดา - มารดา หรือผู้พิการทุพพลภาพ สามารถลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยมีรายละเอียดค่าลดหย่อนตามตารางนี้

รายการลดหย่อนภาษี วงเงินลดหย่อนภาษี
ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนคู่สมรสไม่มีรายได้ 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนบุตร 30,000 บาทต่อคน
ค่าลดหย่อนบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ซึ่งเกิดตั้งแต่ปี 2561 60,000 บาทต่อคน
ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์
ค่าลดหย่อนอุปการะบิดามารดา 30,000 บาทต่อคน
ค่าลดหย่อนอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ 60,000 บาทต่อคน


สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนดำเนินการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ได้แก่

  • คู่สมรสต้องไม่มีรายได้ หากต้องการใช้ค่าลดหย่อนคู่สมรส
  • บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่ใช้สิทธิ์เพิ่ม ต้องเกิดตั้งแต่ปี 2561 และมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์
  • ค่าอุปการะบิดามารดามีเงื่อนไขเรื่องอายุ รายได้ และความสัมพันธ์ตามกฎหมาย
  • บิดาหรือมารดาคนเดียวกันไม่ควรถูกใช้สิทธิ์ซ้ำระหว่างพี่น้อง
  • การอุปการะผู้พิการหรือบุคคลทุพพลภาพต้องมีเอกสารรับรองตามที่กำหนด กรณีมีพี่น้องหลายคน ควรตกลงกันล่วงหน้าว่าใครจะเป็นผู้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนบิดาหรือมารดาแต่ละคน เพื่อป้องกันการใช้สิทธิ์ซ้ำ


2. ประกันอะไรบ้างที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ?

ประกันที่เข้าเงื่อนไขสำหรับใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมีหลายประเภท ได้แก่ ประกันชีวิต, ประกันสะสมทรัพย์, ประกันสุขภาพ, ประกันสุขภาพบิดามารดา, ประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ และประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยแต่ละประเภทมีวงเงินและเงื่อนไขแตกต่างกัน

นอกจากนี้ เงินสมทบประกันสังคมที่จ่ายระหว่างปียังสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงและหลักเกณฑ์ของปีภาษีนั้น แม้เงินสมทบประกันสังคมจะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประกันที่ผู้เสียภาษีเลือกซื้อก็ตาม

ประเภทประกัน วงเงินลดหย่อนภาษี
เบี้ยประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์ ไม่เกิน 100,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพ ไม่เกิน 25,000 บาท
เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่
กรณีพ่อแม่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
ไม่เกิน 15,000 บาท
เบี้ยประกันสังคม ไม่เกิน 10,500 บาท
เบี้ยประกันชีวิตคู่สมรส กรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้ ไม่เกิน 10,000 บาท


ข้อควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

  • เบี้ยประกันสุขภาพเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาใช้สิทธิ์ได้ตามที่จ่ายจริงรวมไม่เกิน 15,000 บาท และบิดาหรือมารดาแต่ละคนต้องมีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • เงินสมทบประกันสังคมใช้สิทธิ์ตามจำนวนที่จ่ายจริงและหลักเกณฑ์ที่มีผลในปีภาษีนั้น

เมื่อทราบแล้วว่าประกันประเภทใดใช้ลดหย่อนภาษีได้ ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกความคุ้มครองให้สอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวางแผน ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล การสร้างเงินออม การดูแลครอบครัว หรือการเตรียมรายได้หลังเกษียณ และเพื่อส่งต่อให้คนที่คุณรัก


แล้วจะเลือกประกันอย่างไรให้เหมาะสม พร้อมลดหย่อนภาษีได้ด้วย?

การเลือกประกันควรเริ่มจากเป้าหมายชีวิต ความคุ้มครองที่จำเป็น และความสามารถในการชำระเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละช่วงวัยอาจมีความต้องการแตกต่างกัน ดังนี้

วัยทำงาน วางแผนครอบครัวให้มั่นคง

ช่วงวัยที่ต้องดูแลทั้งสุขภาพ เงินออม และครอบครัว ควรเลือกประกันที่ช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาลควบคู่กับการสร้างเงินก้อนสำหรับเป้าหมายในอนาคต


คนรุ่นใหม่ วางแผนต่อยอดความมั่งคั่ง

สำหรับผู้ที่กำลังสร้างฐานะ ควรวางแผนทั้งความคุ้มครองสุขภาพ การออม และรายได้หลังเกษียณ เพื่อให้เป้าหมายทางการเงินเดินหน้าต่อได้แม้เกิดเหตุไม่คาดคิด


วัยมั่นคง เตรียมพร้อมสำหรับการเกษียณ

ช่วงใกล้เกษียณควรให้ความสำคัญกับรายได้หลังหยุดทำงาน ค่ารักษาพยาบาล และการส่งต่อความมั่นคงให้ครอบครัว


ลดหย่อนภาษีปี 2569 ทีทีบี มีให้ทุกเวย์

ลดTAXซี่ ลดหย่อนภาษี ที่ทีทีบี มีให้ทุกเวย์พาคุณไปถึงทุกเป้าหมายการเงิน ด้วยประกันชีวิตมีผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทุกกลุ่มลูกค้า ได้ทั้งความคุ้มครอง ได้ทั้งลดหย่อนภาษี พร้อมโปรโมชันพิเศษ iPhone 18 Pro มูลค่า 48,900 บาท และเงินคืนสูงสุด 35% พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์พรูเด็นเชียลประกันชีวิตที่ร่วมรายการตามที่ทางธนาคารกำหนด

เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
คำเตือน: ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
รับประกันชีวิตโดย บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิตและรับผิดชอบในฐานะนายหน้าเท่านั้น
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/personal/campaign/insurance/taxsavings


3. ประเภทเงินบริจาคแบบไหนที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ?

เงินบริจาคทั่วไปสามารถใช้ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ภายใต้เพดานที่กำหนด ขณะที่เงินบริจาคบางประเภทอาจใช้สิทธิ์ได้ 2 เท่า เช่น การบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา, กีฬา, การพัฒนาสังคม หรือสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าเงื่อนไข

ประเภทเงินบริจาค สิทธิลดหย่อนภาษี
บริจาคทั่วไปผ่านระบบ e-Donation ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น
บริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม และ โรงพยาบาลรัฐ ผ่านระบบ e-Donation ลดหย่อนได้สูงสุด 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น สำหรับมาตรการปี 2568 ถึง 2570
บริจาคพรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000 บาท


สำหรับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาค ควรตรวจสอบหน่วยรับบริจาค ประเภทสิทธิ์ ข้อมูลผู้บริจาค และสถานะรายการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรก่อนและหลังบริจาค โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากรได้ที่นี่ https://epayapp.rd.go.th/rd-edonation/check-donation/whitelist เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องและสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข


4. มาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐปี 2569 มีอะไรบ้าง ?

มาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐปี 2569 ครอบคลุมทั้งดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย,การลงทุนด้านพลังงาน, ศิลปะ, ระบบรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เฉพาะ และวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยแต่ละมาตรการของภาครัฐมีวงเงิน ระยะเวลา และเงื่อนไขแตกต่างกัน ดังนี้

มาตรการของภาครัฐ สิทธิลดหย่อนภาษี
ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท
ติดตั้ง Solar Rooftop หรือค่าลงทุนซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ตามมาตรการปี 2569–2571 ไม่เกิน 200,000 บาท และหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1.5 เท่า
ซื้อผลงานศิลปะหัตถศิลป์ ตามมาตรการปี 2568–2570 ไม่เกิน 100,000 บาท
ซื้อและติดตั้งกล้อง CCTV ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และอำเภอจะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ตามที่จ่ายจริงและตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
เงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ไม่เกิน 100,000 บาท


มาตรการเหล่านี้อาจกำหนดคุณสมบัติของผู้ใช้สิทธิ์ ประเภทค่าใช้จ่าย พื้นที่ ช่วงเวลาซื้อหรือชำระเงิน และรูปแบบหลักฐานแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบประกาศของกรมสรรพากรก่อนใช้สิทธิ์


5. การลงทุนและการเกษียณแบบไหนที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้บ้าง ?

การลงทุนและการออมเพื่อเกษียณที่ใช้ลดหย่อนภาษี ได้แก่ กองทุน RMF, ประกันชีวิตบำนาญ, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ รวมถึงกองทุน Thai ESGX
ซึ่งมีรายละเอียดสิทธิลดหย่อนภาษีดังนี้

การลงทุนและการเกษียณ สิทธิลดหย่อนภาษี
กองทุน RMF 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท
เบี้ยประกันชีวิตบำนาญ 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) 15% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ไม่เกิน 500,000 บาท
เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สูงสุด 30,000 บาท
กองทุน Thai ESGX (เงินลงทุนใหม่) 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 300,000 บาท
กองทุน Thai ESGX ที่สับเปลี่ยนจาก LTF ในปี 2568
และมีมูลค่าที่สับเปลี่ยนเกิน 300,000 บาท
ไม่เกิน 50,000 บาท (สำหรับปี 2569 – 2572)


ในส่วนของกลุ่มกองทุนการเกษียณรวมสิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 500,000 บาท

สำหรับกลุ่มกองทุนการเกษียณ ได้แก่ กองทุน RMF, ประกันชีวิตบำนาญ, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ ต้องนำยอดทั้งหมดมารวมกัน โดยใช้สิทธิ์ลดหย่อนรวมได้ไม่เกิน 500,000 บาท ไม่สามารถนำเพดานสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดของแต่ละรายการมาบวกกันโดยตรง

ตัวอย่าง เช่น

รายการลดหย่อนภาษีที่มี จำนวนที่จ่ายหรือลงทุน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD 120,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ 100,000 บาท
กองทุน RMF 300,000 บาท
ยอดรวม 520,000 บาท
สิทธิลดหย่อนสูงสุดของกลุ่มของการเกษียณ 500,000 บาท
ยอดที่เกินสิทธิ์ลดหย่อนภาษี 20,000 บาท


จากตัวอย่างการคำนวณลดหย่อนภาษีกลุ่มกองทุนการเกษียณ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเพียง 500,000 บาท ส่วนอีก 20,000 บาทเป็นยอดที่เกินสิทธิ์และไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

เมื่อทราบวงเงินและเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกกองทุนให้เหมาะกับเป้าหมายของเรา ระยะการเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้มีเวลาเลือกกองทุนที่เหมาะสมและทยอยลงทุนได้อย่างเป็นระบบ มากกว่าการเร่งตัดสินใจในช่วงใกล้สิ้นปี ทีทีบีจึงออกแบบทางเลือกการลงทุนภายใต้ 4 เวย์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกกองทุนที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  1. เวย์ชิล สำหรับคนที่อยากลงทุนแบบสบายใจ
    เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง เน้นการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยมีกองทุนแนะนำ ได้แก่ K-ESGBF-THAIESG ระดับความเสี่ยง 3, SCBRMMONEY ระดับความเสี่ยง 1, K-SFRMF และ K-FIRMF ระดับความเสี่ยง 4 รวมถึง ES-GRMF ระดับความเสี่ยง 4 และ ES-GINCOMERMF ระดับความเสี่ยง 5

  2. เวย์บาลานซ์ สำหรับคนที่ต้องการความสมดุล
    เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโตและการบริหารความเสี่ยง ผ่านกองทุน ES-ESG3070-THAIESG-A ระดับความเสี่ยง 5 และ ES-GAINCOMERMF ระดับความเสี่ยง 5 ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม

  3. เวย์ลุย สำหรับคนที่มองหาโอกาสเติบโต
    เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่พร้อมรับความผันผวนมากขึ้นเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีกองทุนแนะนำ ได้แก่ ES-SETESG-THAIESG-A และ ES-SETESG-THAIESG-D ระดับความเสี่ยง 6, ES-GQGRMF และ ES-ASIARMF ระดับความเสี่ยง 6 รวมถึง SCBGOLDHRMF ระดับความเสี่ยง 8 สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ

  4. เวย์ยกระดับกับมือโปร สำหรับคนที่อยากให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลพอร์ต
    สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสมและมีผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารพอร์ต ทีทีบีนำเสนอกลุ่มกองทุน ES-ULTIMATE GA Series ประกอบด้วย ES-ULTIMATE GA1RMF, ES-ULTIMATE GA2RMF และ ES-ULTIMATE GA3RMF ซึ่งทั้งหมดมีระดับความเสี่ยง 5 โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนแตกต่างกัน ได้แก่ GA1 ลงทุนในตราสารหนี้ 70% และตราสารทุน 30%, GA2 ลงทุนในตราสารหนี้ 50% และตราสารทุน 50% และ GA3 ลงทุนในตราสารหนี้ 30% และตราสารทุน 70% เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละราย

นอกจากทางเลือกกองทุนที่หลากหลายแล้ว ทีทีบียังมอบโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้ากองทุน RMF และ ThaiESG ที่เข้าร่วม โดยทุกยอดลงทุน 50,000 บาท รับหน่วยลงทุนเพิ่มในกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) มูลค่า 100 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 ถึง 30 ธันวาคม 2569

โปรโมชันดังกล่าวครอบคลุมกองทุน RMF และ ThaiESG จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) 6 แห่ง ได้แก่ บลจ. อเบอร์ดีน (ประเทศไทย), บลจ. อีสท์สปริง (ประเทศไทย), บลจ. ฟิเดลิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย), บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย), บลจ. กสิกรไทย และ บลจ. พรินซิเพิล โดยรายชื่อกองทุนและเงื่อนไขการรับสิทธิเป็นไปตามที่ธนาคารและบริษัทจัดการกองทุนกำหนด

ลูกค้าสามารถลงทุนผ่านแอป ttb touch และช่องทางที่ธนาคารกำหนด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ttb Investment Line โทร. 1428 กด #4

***คำเตือนในส่วนกองทุนรวม***

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะกองทุน เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • สำหรับกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศและไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรืออาจได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด


บทสรุป

การวางแผนลดหย่อนภาษีปี 2569 ควรเริ่มจากการตรวจสอบสิทธิ์ที่มีอยู่แล้วให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว เบี้ยประกันและเงินสมทบประกันสังคม การออมและการลงทุนเพื่อเกษียณ เงินบริจาค ดอกเบี้ยบ้าน รวมถึงมาตรการภาษีของภาครัฐ พร้อมรวบรวมเอกสารและตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปยื่นภาษีในปี 2570

เนื่องจากค่าลดหย่อนแต่ละรายการมีวงเงินและเงื่อนไขแตกต่างกัน บางรายการยังต้องนับรวมภายใต้เพดานเดียวกัน จึงควรตรวจสอบทั้งเพดานเฉพาะและเพดานรวม เพื่อป้องกันการใช้สิทธิ์เกินวงเงิน รวมถึงไม่พลาดสิทธิ์ที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มการออมเพื่อเกษียณที่ไม่สามารถนำเพดานสูงสุดของแต่ละรายการมาบวกกันโดยตรงได้

หากยังมีวงเงินลดหย่อนเหลือ และต้องการซื้อประกันหรือลงทุนเพิ่มเติม ควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน ความคุ้มครองที่จำเป็น ระดับความเสี่ยง ระยะเวลาการลงทุน และสภาพคล่องของตนเอง ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ให้เต็มทุกวงเงิน เพราะประโยชน์ทางภาษีควรเป็นส่วนเสริมของแผนการเงินของตัวเราเอง

สุดท้าย ก่อนยืนยันแบบภาษี ควรตรวจสอบยอดรายได้ รายการลดหย่อน เอกสารประกอบ และข้อมูลที่ปรากฏในระบบให้ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดจาก กรมสรรพากร เพื่อให้ใช้สิทธิ์ได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง

ข้อมูลอ้าง
https://www.rd.go.th/
https://epayapp.rd.go.th/rd-edonation/check-donation/whitelist
https://www.itax.in.th/

บทความโดย :fintips by ttb