4 ด่านสะสมแต้ม พิชิตเงินออมตามเป้าหมาย

#fintips #เคล็ดลับการเงิน

24 ส.ค. 2564


 

ตั้งเป้าหมายการเงินให้ชัด แล้วมาร่วมสนุกไปกับการตะลุย 4 ด่านเล่นเกมออมเงิน ที่ยิ่งชวนเพื่อนเยอะยิ่งสนุก เพื่อพิชิตเป้าหมายการออมได้อย่าชิลล์ ๆ

 


 

จุดเริ่มต้นสำคัญของการมีสุขภาพการเงินที่แข็งแรง คือการตั้งเป้าหมายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

การออมเงินด้วยการตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่ส่งผลอย่างมากต่อการออมเงินให้ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อเราตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนพร้อมตอบตัวเองได้ว่าแต่ละเป้าหมายสำคัญกับชีวิตแค่ไหน ก็จะช่วยเป็นแรงกระตุ้นทำให้เราโฟกัสกับเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เราเห็นภาพกว้างส่งผลให้ช่วยให้ลำดับความสำคัญได้ว่าควรพิชิตเป้าหมายไหนก่อน – หลัง

การตั้งเป้าหมายทางการเงินจึงไม่ใช่เพียงได้ประโยชน์เฉพาะการสร้างแรงกระตุ้นเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของเราให้คุ้มค่าขึ้นด้วย เนื่องจากสิ่งที่อยากได้เราจะตั้งไว้เป็นเป้าหมาย แต่สิ่งไหนที่อยู่นอกเหนือไปจากเป้าหมาย นั่นแปลว่าไม่ได้สำคัญสำหรับชีวิต การแวะไปใช้จ่ายกับสิ่งเหล่านี้ยังเป็นการยืดเวลาพิชิตเป้าหมายต่าง ๆ

มาลองดูไปพร้อมกันว่าเป้าหมายทางการเงินพื้นฐานที่ทุกคนควรมี ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง


1. เงินออมระยะสั้น (ภายใน 1 ปี)
เงินออมฉุกเฉิน ควรเป็นเป้าหมายแรกที่ต้องพิชิตให้ได้ เพราะหากขาดรายได้หรือเกิดเหตุการณ์มาคาดคิด หากไม่มีเงินสำรองไว้ ชีวิตก็ไปต่อไม่ได้ เป้าหมายอื่น ๆ ก็ไม่สามารถพิชิตได้เช่นกัน

ยอดเงินออม : คำนวณได้จากค่าใช้จ่ายรายเดือน x 12

เงินออมตอบสนองของมันต้องมี เงินออมก้อนนี้สามารถแยกย่อยได้ตามปรารถนา อยากได้สิ่งไหนภายในระยะเวลา 1 ปีนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ให้ครบ เช่น โทรศัพท์เครื่องใหม่, ทริปดำน้ำกับครอบครัว, หม้อทอดไร้น้ำมัน, คอร์สเรียนเพิ่มเติม หรือเก็บเงินให้ได้ 100,000
เมื่อเขียนเป้าหมายทั้งหมดได้แล้วลองลำดับความสำคัญดูว่าเป้าหมายไหนจำเป็นที่สุด เร่งด่วนที่สุด ให้จัดลำดับตามนั้น


2. เงินออมระยะกลาง (ภายใน 2-10 ปี)
เงินออมที่สร้างความมั่นคงให้ชีวิต สิ่งที่ช่วยให้ชีวิตสุขสบายขึ้นและจำเป็นต้องใช้ภายในระยะเวลา 2-10 ปี เช่น ซื้อรถ ซื้อคอนโด, เรียนต่อ, ขยายธุรกิจ, เงินแต่งงาน


3. เงินออมระยะยาว (10 ปีขึ้นไป)
เงินออมสำหรับใช้จ่ายในอนาคต ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เช่น ซื้อบ้าน, เงินการศึกษาลูกหลาน และที่สำคัญคือเงินออมหลังเกษียณ ซึ่งเป็นก้อนสำคัญที่หลายคนละเลยเพราะคิดว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้ แต่หากไม่เก็บออมในช่วงที่ยังหาเงินได้ อาจเกิดปัญหาใช้จ่ายติดขัดได้ในวันที่ไม่มีรายรับแล้ว

เมื่อตั้งเป้าหมายทางการเงินของเราได้อย่างครบถ้วน ทั้ง 3 ระยะแล้ว อย่าลืมกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนให้แต่ละเป้าหมาย แล้วลองหาความเป็นไปได้ว่าสามารถทำได้ตามที่เป้าหมายไว้หรือไม่ เราสามารถปรับเปลี่ยนเป้าหมายตามความเหมาะสมได้

ในปัจจุบันนี้มีชาเลนจ์จากทั่วโลกในการเก็บเงินให้สุนกขึ้นไม่ว่าจะเป็นชาร์เลนจ์เก็บเงินตามสภาพภูมิอากาศ (Weather Wednesdays Savings Challenge) Melissa (@kacplanner ) บล็อกเกอร์จากแอริโซนา รัฐที่ขึ้นชื่อเรื่องความร้อนสุด ๆ ในอเมริกา ใช้วิธีเก็บเงินตามอุณหภูมิสูงสุดทุกวันพุธ ทำให้เธอเก็บเงินได้ไม่น้อยทีเดียว

วันนี้เรามีเกมสนุก ๆ มาชวนทุกคนเล่นไปด้วยกัน แต่ถ้าจะเล่นคนเดียวก็คงไม่สนุกและยังทำให้เราหลุดเป้าหมายได้ง่าย เพราะฉะนั้นลองชวนชาวแก๊งมาร่วมตะลุยด่านเก็บเงินเหล่านี้ไปด้วยกันเถอะ แล้วมาดูกันว่าใครกันที่จะสามารถเก็บเงินที่เยอะที่สุด เราอาจหุ้นกันซื้อของขวัญสำหรับผู้ชนะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออมได้อีกทาง รับรองได้ว่าถ้าสามารถพิชิตทั้ง 4 ด่านนี้ไปได้ เราจะได้ชื่นใจเมื่อได้เห็นเงินงอกเงย และจะช่วยพิชิตเป้าหมายเงินออมได้ไม่ยาก


ด่านที่ 1 : ปัดเศษเงินเดือนให้เป็นเลขกลม
เงินเดือนที่เราได้รับหลังจากการหักภาษีแล้วมักเป็นตัวเลขที่เราไม่ค่อยได้สนใจ จนทำให้ใช้จ่ายไปโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ได้รับเงินมาลองจัดการให้เงินในบัญชีเป็นตัวเลขก้อนกลม ๆ แล้วโอนเศษเหล่านั้นไม่ว่าจะเยอะหรือน้อยเข้าบัญชีเงินออมให้เป็นนิสัย จำนวนเงินที่ดูไม่ลงตัวเหล่านั้นเมื่อสะสมครบทั้งปี อาจทำให้เราพิชิตเป้าหมายเล็ก ๆ ก็เป็นได้ เช่น เงินเดือน 30,000 ถูกหักภาษี หักประกันสังคม หักกองทุนเลี้ยงชีพ เหลือเงินเดือนที่โอนเข้าบัญชี 27,850 เราปัดเงิน 850 เพื่อออม ภายใน 1 ปี จะมีเงินถึง 10,200 บาท โดยไม่ต้องลำบากอะไรเลย


ด่านที่ 2 : เก็บเงินตามเลขท้ายวันเกิด
ด่านต่อมาเรียกว่าสนุกเร้าใจได้ลุ้นทุกวัน เพิ่มสีสันในการใช้จ่ายโดยการเก็บเงินจากเลขท้ายของแบงก์ที่ตรงตามวันเกิด เช่น เกิดวันที่ 10 เก็บเงินที่มี 0 เป็นเลขท้าย เกิดวันที่ 29 เก็บเงินที่มีเลข 9 เป็นเลขท้าย สามารถเก็บไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ 20, 50, 100, 500, หรือแบงก์ 1,000 เคล็ดลับก็คือให้แยกเงินออกมาหยอดกระปุกเก็บไว้เลย หากยังอยู่ในกระเป๋ามีโอกาสสูงมากที่เราจะใจอ่อนใช้จ่ายแบงก์ออกไปอย่าใส่ลงในกระเป๋า


ด่านที่ 3 : เก็บแบงก์ 50 ไม่หนำใจ เก็บแบงก์ 500 ไปเลย
มีปาดเหงื่อกันแน่นอนสำหรับด่านนี้ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเก็บแบงก์ 50 แต่ถ้ามาสู่ด้านนี้มันธรรมดาเกินไป ถ้าแบงก์ 500 เข้ามาสู่กระเป๋าเมื่อไหร่ ให้กลั้นใจแยกเก็บไว้เลย อาจจะเป็นเงินก้อนที่เยอะหน่อย แต่ถ้าใน 1 เดือนเราเก็บได้สัก 2 ใบ ภายในหนึ่งปีเราจะมีเงินเก็บถึง 12,000 บาท


ด่านที่ 4 : 15 อาทิตย์พิชิตเงินหมื่น
มาถึงด่านสุดท้าย ด่านนี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย จะว่ายากก็ไม่เชิง วิธีการเล่นคือเราจะออมเงินทุกอาทิตย์ต่อเนื่องกัน 15 อาทิตย์หรือประมาณ 4 เดือน เริ่มต้นออม 100 บาทในศุกร์แรกอาทิตย์ ศุกร์ที่ 2 ออมเงิน 200 บาท ศุกร์ที่ 3 ออมเงิน 300 บาท ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันศุกร์ของอาทิตย์ที่ 15 หากมีวินัยและสามารถแบ่งเงินในอาทิตย์หลัง ๆ มาเล่นได้ ภายใน 4 เดือนเราจะมีเงินออมถึง 12,000 บาท ซึ่งหากเล่นสัก 2 ครั้งใน 1 ปี เราก็จะมีเงินออมอุ่น ๆ อยู่ในมือถึง 24,000 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ 4 ด่านพิชิตเงินออม แม้ว่าบางด่านจะเข้มข้นไปสักหน่อย แต่เราเชื่อว่าถ้าทุกคนทำให้การเก็บเงินเป็นเรื่องสนุก เราจะสามารถพาให้พวกเราไปถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

สำหรับเงินออมที่ได้มาด้วยความสนุก เราขอแนะนำให้แบ่งเงินก้อนนี้ออกเป็น 2 ส่วน สำหรับพิชิต 2 เป้าหมาย ได้แก่ เงินออมฉุกเฉิน เงินก้อนสำคัญที่ทุกคนต้องพิชิตให้ได้เป็นลำดับแรก และ เงินออมระยะสั้น ประเภทที่ตอบสนองของมันต้องมี เพราะเงินก้อนนี้นี่ล่ะ ที่จะช่วยความสร้างแรงบันดาลใจในการเก็บเงินได้เป็นอย่างดีและเมื่อเราสามารถฝ่าด่านการออมเงินทั้ง 4 ด่านได้สำเร็จ พร้อมพิชิตเป้าหมายที่เราอยากได้ ความรู้สึกเหล่านั้นจะช่วยเรียกความมั่นใจในตัวเองและช่วยให้การออมครั้งต่อไปของเราสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ttb พร้อมสนับสนุนทุกเป้าหมายการออม ด้วยบริการตั้งเป้าหมายการออม Savings Goal แยกเป้าหมายเงินออมได้ถึง 30 เป้าหมายตามต้องการ มัดรวมเงินเก็บทั้งหมดไว้ในบัญชีเพื่อออม no fixed บัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงตั้งแต่บาทแรก จัดการง่ายผ่านแอป touch มีบริการโอนเงินออมเข้าแต่ละเป้าหมายได้อัตโนมัติ และยังติดตามผลการออมได้ตลอดเวลา