ทำไม “เงินทุนหมุนเวียน” สำคัญกับธุรกิจขนาดนี้
“เงินทุนหมุนเวียน” คือการมี “เงินพร้อมใช้” ที่ช่วยให้ SME หมุนธุรกิจต่อได้ รักษาการจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ ต่อยอดโอกาส และพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ จึงจะเรียกว่าเป็นธุรกิจที่มี “สภาพคล่อง” ซึ่งหากไม่มีสภาพคล่องการไปให้ถึงฝั่งฝันก็จะเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่ง
ธุรกิจจะมี “เงินทุนหมุนเวียน” และ “สภาพคล่อง” ให้ดีได้อย่างไร ?
หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้มีสภาพคล่อง คือ “สินเชื่อธุรกิจ” ซึ่งสินเชื่อหมุนเวียนถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะ และยังมีรูปแบบของการบริหารสินเชื่อระยะยาว เพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่องได้ด้วยเช่นกัน ในธุรกิจที่มีสินเชื่ออยู่แล้ว การ “รีไฟแนนซ์” เป็นอีกช่องทางที่ธุรกิจต้องลองให้ความสนใจ เพราะจะช่วยให้ภาระหนักอึ้งในแต่ละเดือน เปลี่ยนเป็นภาระที่เบาลงได้ การ “บริหารสินเชื่ออย่างมีแผน” ที่ดีจะเป็นสิ่งที่สร้างโอกาสให้กับธุรกิจ
ประโยชน์ของการ “บริหารสินเชื่ออย่างมีแผน”
โดยจะขอแยกออกเป็น ประโยชน์ของ “สินเชื่อ” และประโยชน์ของการ “รีไฟแนนซ์”
1 ) ประโยชน์ของ “สินเชื่อ” มีดีกว่าแค่ “เงิน”
- สินเชื่อ เพื่อโอกาส “สร้างกำไร” ถ้าบริษัทใช้เงินจากกำไร ไปลงทุน บริษัทจะเสียเวลาในการสร้างกำไรเพื่อไปลงทุน ในขณะที่กำไรที่สะสมก็จะลดลงเรื่อย ๆ หากใช้การกู้เข้ามาช่วย จะลดเวลาในการสะสมกำไรลง และยังคงเก็บกำไรไว้เพื่อเสริมสภาพคล่องได้อีกด้วย ในขณะที่การขอสินเชื่อเพื่อมาลงทุนจะช่วยให้บริษัทมีเงินมากพอก็จะมีอำนาจต่อรอง เพื่อให้ได้กำไรที่มากขึ้น
- สินเชื่อ ช่วย “ลดภาษี” การขอสินเชื่อที่ดี คือ “การวางแผน ขอสินเชื่อเพื่อใช้” ไม่ใช่ขอเมื่อต้องใช้ ต้องวางแผนเพื่อดำเนินการและคิดเผื่อในส่วนของงบการเงิน โดยประโยชน์ที่จะได้รับคือ การใช้อัตราส่วนที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยไปลงเป็นรายจ่ายบริษัททางบัญชี เพื่อให้โดยรวมแล้วช่วยลดภาษีทางธุรกิจลงได้
- สินเชื่อ “สร้างความพร้อม” สำหรับโอกาสในอนาคต “เงินทุน” เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้บริษัทพร้อมตอบรับโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจไม่รู้มาก่อนล่วงหน้า ดังนั้นในทุก ๆ ปีแต่ละบริษัทต้องวางแผนเผื่อส่วนเติบโตด้วย
- สินเชื่อ “การกระจายความเสี่ยง” คือการขอสินเชื่อเพื่อการลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่มีผลประโยชน์สูงสุดในแต่ละจังหวะเวลา ดังนั้นเงินที่ได้มา จึงใช้เพื่อหมุนเวียนใช้ในบริษัท และนำเงินบางส่วนไปลงทุนต่อยอดแหล่งอื่น เพื่อลดความเสี่ยงที่หากบริษัทหลักสะดุด
2) “รีไฟแนนซ์” เพิ่มอากาศหายใจ
เหตุผลที่ 2 นี้คือเทคนิคการ “รีไฟแนนซ์” ที่จะมาช่วยลดภาระต่อเดือนให้ลดลง ทำให้ในแต่ละเดือนมีสภาพคล่องมากขึ้น และยังสามารถได้วงเงินเพิ่มจากสินทรัพย์เดิมอีกด้วย
- การรีไฟแนนซ์จะช่วยให้เงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนลดลง ด้วยการยืดระยะเวลาในการผ่อนให้นานขึ้น จึงเป็นการลดภาระต่อเดือน
- มีส่วนต่างของเงินระหว่างก่อนรีไฟแนนซ์ และหลังรีไฟแนนซ์ กรณีที่มีการขยายระยะเวลาผ่อนชำระ จำนวนเงินที่ผ่อนชำระต่องวดอาจลดลง ซึ่งธุรกิจสามารถนำเงินส่วนต่างนี้ ไปใช้ในการบริหารงานส่วนอื่น ๆ ของธุรกิจได้ ช่วยให้ธุรกิจเหมือนมีอากาศหายใจเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน
- ได้วงเงินเพิ่มจากสินทรัพย์เดิม รีไฟแนนซ์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทาง ที่สามารถทำให้ผู้ประกอบการได้วงเงินที่สูงขึ้น เพราะมูลค่าของสินทรัพย์เดิมอาจเพิ่มขึ้นได้ตามกาลเวลา เช่น ที่ดิน หรือผู้ประกอบการอาจเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า มาเป็นหลักประกันแทนก็ได้
ในหลายธุรกิจอาจมีสินเชื่อเดิมที่กำลังผ่อนอยู่ ซึ่งการรีไฟแนนซ์ นี่เองที่จะช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องมากขึ้น แม้ว่าอาจต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ หรือต้องเตรียมเอกสารบ้าง แต่ก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ให้ธุรกิจได้มีอากาศหายใจ และพร้อมสำหรับการเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ การวางแผนการเงินที่ดี จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน การทำสินเชื่อ หรือรีไฟแนนซ์กับสถาบันทางการเงินที่เข้าใจธุรกิจก็ยิ่งเป็นแต้มต่อ อย่างทีทีบี ก็มี
โปรแกรมรีไฟแนนซ์ จาก สินเชื่อธุรกิจ ทีทีบี เอสเอ็มอี สมาร์ทบิส (ttb sme smart biz) ที่เข้าใจธุรกิจเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด และยังมีโซลูชันที่ ตรงใจ เข้าถึงได้ ให้มากกว่า
ที่มา : ธนาคารทหารไทยธนชาต
finbiz by ttb
โครงการเสริมความรู้สู่การเป็น Smart SME ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม
พร้อมองค์ความรู้ ที่ครบครัน จาก Partner ชั้นนำทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
เพื่อให้ธุรกิจสามารถก้าวผ่านความท้าทายของโลกปัจจุบัน
ปรับตัวตอบโจทย์ยุคดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
อัปเดตทุกดิจิทัลเทรนด์ และความรู้ดี ๆ ที่ SME ไม่ควรพลาด
เพียงแอดไลน์ @ttbSME