ในช่วงที่ภาคธุรกิจต้องบริหารต้นทุนและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ การลดภาระภาษีควบคู่กับการยกระดับการทำงานสู่ระบบดิจิทัลจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายองค์กร ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบขยายมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่ออีก 2 ปี สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐในการผลักดัน Digital Transformation ของภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือ การขยายเวลาลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) เหลือ 1% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570
e-Withholding Tax คืออะไร ?
e-Withholding Tax คือระบบการนำส่งข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้จ่ายเงิน ธนาคาร และกรมสรรพากร ช่วยลดขั้นตอนงานเอกสาร เพิ่มความถูกต้อง และลดความยุ่งยากในการจัดการภาษี ซึ่งตอบโจทย์องค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารงานแบบดิจิทัล
ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ: หักภาษีเพียง 1% ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง
มาตรการล่าสุดของภาครัฐได้ขยายเวลาการลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่าน e-Withholding Tax เหลือเพียง 1% ต่อไปอีก 2 ปี หลังจากมาตรการเดิมสิ้นสุดเมื่อปลายปี 2568
เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายปกติ เช่น
- ค่าโฆษณา 2%
- ค่าจ้างทำของหรือรับเหมา 3%
- ค่าเช่า 5%
การใช้ e-Withholding Tax จะช่วยให้ผู้รับเงินถูกหักภาษีลดลงเหลือ 1% ในหลายกรณี ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้นทันที โดยกระทรวงการคลังคาดว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคเอกชนได้ประมาณ 27,000 ล้านบาท
มากกว่าประโยชน์ทางภาษี แต่คือการยกระดับกระบวนการทางการเงินทั้งองค์กร
นอกจากประโยชน์ด้านภาษีแล้ว e-Withholding Tax ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างรากฐานสู่การบริหารการเงินแบบดิจิทัล และช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์ในแง่มุมต่าง ๆ
องค์กรที่เริ่มใช้ e-Withholding Tax ตั้งแต่วันนี้ จะได้รับประโยชน์ในระยะยาว เช่น
- ลดงาน Manual และความผิดพลาดจากการจัดทำเอกสาร
- ลดต้นทุนเอกสาร การจัดเก็บข้อมูล และการออกหนังสือรับรองภาษีแบบกระดาษ
- ข้อมูลส่งถึงกรมสรรพากรอัตโนมัติ ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
- เชื่อมต่อกระบวนการจ่ายเงินและภาษีได้อย่างครบวงจร
- รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ e-Tax และ Digital Finance Ecosystem
เปลี่ยนเรื่องภาษีให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยบริการ ttb e-withholding tax
ในยุคที่ธุรกิจต้องการทั้งความรวดเร็ว ความถูกต้อง และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงิน การดำเนินงานด้านภาษีไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยุ่งยากอีกต่อไป
เมื่อสมัครใช้บริการ ttb e-withholding tax ควบคู่กับ ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ ธุรกิจสามารถจัดการธุรกรรมการเงินและการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ในขั้นตอนเดียว ช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับฝ่ายการเงินและบัญชี
ด้วยระบบที่เชื่อมโยงการชำระเงินและการนำส่งข้อมูลภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากร ธุรกิจสามารถดำเนินการจ่ายเงินและหักภาษี ณ ที่จ่ายได้ภายในขั้นตอนเดียว ช่วยลดความซับซ้อนในการทำงาน เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกระแสเงินสด
นอกจากนี้ บริการ ttb e-withholding tax ยังรองรับธุรกรรมสำคัญของธุรกิจได้อย่างครอบคลุม ทั้ง 5 บริการหลัก ได้แก่
- บริการโอนเงินรายย่อยภายในธนาคาร ทีทีบี (ttb domestic funds transfer via direct credit)
- บริการโอนเงินรายย่อยระหว่างธนาคาร ทีทีบี (ttb domestic funds transfer via SMART credit)
- บริการพร้อมเพย์สำหรับธุรกิจ ทีทีบี (ttb PromptPay for business)
- บริการการจ่ายเงินเดือนพนักงาน ทีทีบี เพย์โรล (ttb payroll)
- บริการโอนเงินระหว่างธนาคาร ทีทีบี ผ่านระบบบาทเนต (ttb domestic fund transfer via BAHTNET)
เพียงทำธุรกรรมผ่านบริการ ttb e-withholding tax บน ttb business one ธุรกิจก็สามารถดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ในขั้นตอนเดียวกับการทำธุรกรรม ทำให้การจัดการภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อย่าพลาดโอกาสจากมาตรการ e-Withholding Tax 1%
ใช้สิทธิประโยชน์จากมาตรการ e-Withholding Tax 1% ที่ภาครัฐขยายเวลาให้ พร้อมยกระดับการบริหารการเงินขององค์กรสู่ Digital Finance อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยบริการ ttb e-withholding tax และ ttb business one สนใจสมัครใช้งานได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี โทร 0 2643 7000 วันจันทร์-เสาร์ เวลา 8.00-20.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร)
ที่มา :
- กระทรวงการคลัง
- กรมสรรพากร
- สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
finbiz by ttb
ศูนย์รวมความรู้ธุรกิจจากพันธมิตรชั้นนำ
เพื่อช่วย SME ต่อยอดธุรกิจ พร้อมทุกการเปลี่ยนแปลง เติบโตได้จริงอย่างยั่งยืน
อัปเดตทุกดิจิทัลเทรนด์ และความรู้ดี ๆ ที่ SME ไม่ควรพลาด
เพียงแอดไลน์ @ttbSME