external-popup-close

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์
ttbbank.com ไปยังเว็บไซต์อื่น

ตกลง

คุยกับ ‘วิศรุต พุทธารี’ ในวันที่ความอุ่นใจถูกเติมเต็มด้วย Passion ของชีวิต

31 ม.ค. 2565

ภาพลักษณ์ของวิศรุต พุทธารี อาจถูกครอบไว้ด้วยแนวคิดและมุมมองในการบริหารมาตลอด 20 ปี ก่อนจะลุกออกจากตำแหน่งรองผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ – ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลงานขายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทั้งค้าปลีกและค้าส่ง ที่ต้องรับผิดชอบยอดขายกว่า 60% ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัท แล้วย้ายมานั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาและผู้ช่วยประธานกรรมการ โดยรับบทบาทใหม่เป็นผู้กำหนดทิศทางและวางเป้าหมายของบริษัททั้งระยะกลางและระยะยาว การขยับออกมาจากงานด้าน Operation ทั้งหมด ไม่แต่เฉพาะเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับบทบาทที่ท้าทายเขามากขึ้นเท่านั้นที่ทำให้วิศรุตตัดสินใจสวมหมวกใบใหม่ แต่มันยังทำให้เขาเกิด Passion ใหม่ คือ “ผมอยากหาเวลาให้กับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น เป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้” วิศรุต กล่าว

กล้าเดินในเส้นทางที่แตกต่าง

วิศรุต ได้เงินเดือนก้อนแรกจาการทำงานในตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ที่ประกิต แอนด์ เอฟซีบี เอเจนซี่โฆษณาชื่อดัง หลังคว้าปริญญาตรีด้านกราฟิกดีไซน์และการถ่ายภาพที่ University of the Pacific สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นงานสายอาชีพที่เขาชื่นชอบในตอนนั้นและต่อมาเขาได้เลือกเดินเส้นทางใหม่ในสายการตลาด จากจุดเริ่มต้นโดยการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อด้าน MBA ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพียงต้องการแตกหน่อความรู้เพื่อสร้างความต่างให้กับชีวิต ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกเดินบนเส้นทางใหม่จากสายอาชีพสู่สายการตลาด โดยผันตัวเองจากกราฟิกมาทำงานด้านการตลาดที่บริษัท ไทยน้ำทิพย์ ตลอด 19 ปีที่ไทยน้ำทิพย์เขาได้มีโอกาสทำงานที่หลากหลายในหลายแผนก ไม่วาจะเป็นทั้งแผนกขาย แผนกดูแลการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ แผนกการวางแผนและวางระบบงานขายของบริษัท ทำให้เขาได้สัมผัสในทุกขั้นตอนของสายงาน และมากไปกว่านั้นเขายังบอกว่าบทเรียนที่ได้รับขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้อะไรกลับไประหว่างการทำงาน

“ผมสนุกกับการทำงานมาตลอด ตัวธุรกิจมีความท้าทายต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยที่มีคู่แข่งรายใหม่ที่ต่อสู้กับเราด้วยบรรจุภัณฑ์พลาสติกในราคาที่ถูกกว่า ทำให้ต้องวางกลยุทธ์เพื่อรักษาตำแหน่งเจ้าตลาดน้ำดำไว้ให้ได้ หรือการปรับรูปแบบการขายโดยส่งพนักงานขายไปรับออเดอร์ตามร้านค้าขายส่งและร้านค้าปลีก จากเดิมที่ต้องบรรทุกเครื่องดื่มไปขายโดยยังไม่มียอดสั่งในมือ มาเป็นการส่งพนักงานขายไปรับออเดอร์และนำสินค้าไปส่งในวันรุ่งขึ้น ทำให้ร้านค้าได้รับสินค้าที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น ซึ่งไทยน้ำทิพย์เป็นรายแรกที่ปรับเปลี่ยนวิธีการขายจนสำเร็จ”


สัมภาษณ์ลูกค้า wealth banking


ท้าทายตัวเองด้วยโจทย์ที่ยากยิ่งขึ้น

ด้วยจำนวนผู้เล่นในธุรกิจน้ำดำมีไม่มาก การฟาดฟันกันในแต่ละศึกแม่ทัพอย่างเขายิ่งต้องใช้สรรพกำลังและยุทธ์ศาสตร์ที่แยบยลเพื่อชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งของตลาด และหากช่วงไหนเจอศึกที่อยู่นอกเกม ยิ่งเป็นช่วงเวลาการทำงานที่วิศรุตบอกว่า “มันท้าทายมาก เราพยายามค่อย ๆ สร้าง ค่อย ๆ ปรับ ตั้งแต่กระบวนการทำงาน คน และวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจมาหลายสิบปี มีความคล้ายกัน คือ วัฒนธรรมขององค์กรอาจจะไม่เหมาะกับสภาพตลาดตอนนี้แล้ว จึงต้องปรับและพัฒนาไปไม่หยุดนิ่ง เราต้องเตรียมวางรากฐานและต้องใช้เวลาเพราะไม่สามารถทำสำเร็จได้ใน 1-2 ปี” หลายคนอาจมองเป็นปัญหาแต่เขากลับมองเป็นเกมที่ยิ่งแข่งยิ่งแกร่ง

เมื่อปี 2554 เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ เป็นอีกเกมที่ท้าทาย ซึ่งหลายธุรกิจไม่เคยเตรียมแผนการณ์ตั้งรับไว้ แต่วิศรุตก็เป็นหนึ่งในทีมไทยน้ำทิพย์ วางแผนล่วงหน้าพร้อมรับมือป้องกันโรงงานจากภัยน้ำท่วมจนน้ำไม่ทะลักเข้าสู่บริเวณโรงงาน ทำให้ไทยน้ำทิพย์เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีสินค้าจำหน่ายและผ่านพ้นวิกฤตนั้นมาได้ แต่ไม่ทันได้นิ่งนอนใจ ปีถัดไปวิศรุตเจอโจทย์ใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเมื่อบริษัทคู่แข่งได้แยกทางกันทางธุรกิจระหว่างเจ้าของแบรนด์และผู้ผลิตและจัดจำหน่าย จึงเป็นช่วงที่บริษัทต้องอาศัยจังหวะเร่งขยายทั้งการผลิตและการครอบคลุมตลาดให้มากที่สุด เพราะเป็นโอกาสในช่วงที่คู่แข่งหายไปจากตลาดจึงต้องเข้าไปทดแทนให้ได้มากที่สุด

“เราได้แต้มต่อในช่วงที่คู่แข่งกำลังมีปัญหาภายใน ก็เร่งขยายทั้งการผลิตและการครอบคลุมตลาดให้มากที่สุด ประมาณปี 61 เราปรับตัวอีกครั้ง คราวนี้ปรับเรื่องการบริการร้านค้า เพิ่มจำนวนพนักงาน ฝ่ายขายและบริการเพื่อให้เข้าถึงร้านค้าให้มากขึ้น ทำให้เราเริ่มมองเห็นความต้องการของลูกค้าชัดขึ้น”

จากการทำงานที่เขาทุ่มเทมาตลอดทำให้เขาพบว่าสิ่งหายไปคือ เวลา เขาจึงวางแผนกับเป้าหมายใหม่ที่มาพร้อมกับบทบาทใหม่ “งานในตำแหน่งสุดท้ายก่อนขยับมาเป็นที่ปรึกษา เป็นงานที่ต้องดูแลด้านการขายทั้งหมดจึงทำให้มีเวลาให้กับครอบครัวและงานอดิเรกน้อยลงในช่วง 4-5 ปีที่ทำงานในตำแหน่งดังกล่าว เราจึงเริ่มวางรากฐาน วางแผนและส่งมอบงานให้กับหัวหน้างานจนเริ่มเชื่อมั่นแล้วว่ารากฐานที่สร้างไว้มันแข็งแรงพอ เราก็ขยับตัวออกมามองดูภาพรวมในฐานะที่ปรึกษา”


ความสำเร็จของชีวิตคือการมี “เวลาชีวิต”

วิศรุต บอกว่า พอถึงจุดหนึ่งความท้าทายไม่ได้จำกัดแค่เกมในสนามการทำงานเท่านั้น เพราะโจทย์ที่ยากยิ่งกว่าสำหรับคนที่ขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งเช่นเขาคือการหาบาลานซ์ให้กับชีวิตตัวเอง กลายเป็นเกมที่ว่าใครสามารถหาเวลาคืนให้กับชีวิตได้มากที่สุดโดยที่คุณยังต้องแบกความรับผิดชอบเหล่านั้นไปด้วย คุณก็จะชนะเกมนี้

สำหรับเขาแล้วการลุกมานั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาทำให้เขาได้เวลาชีวิตคืนมา ไม่ใช่เพราะบทบาทน้อยลงแต่เขาวางแผนเกมนี้ไว้นานแล้ว หลังจากค้นพบว่าการคว้าชัยชนะในเกมการทำงานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตที่เขาต้องการ เพราะเขาต้องแลกด้วยการเลิกทำในสิ่งที่รักและสิ่งที่สำคัญกับชีวิตมากมาย ทั้งการใช้เวลากับครอบครัวหรือกิจกรรมที่เขาชื่นชอบอย่างปั่นจักรยาน เป็นต้น

“การขยับตัวครั้งนี้มันทำให้ผมได้เวลาชีวิตคืนมา ผมเอาเวลาที่ได้มาไปคืนให้กับครอบครัว จริง ๆ ก่อนหน้านี้ผมก็สร้างบาลานซ์ระหว่างงานกับชีวิตระดับหนึ่งแล้ว วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็เลือกที่จะปั่นจักรยาน ซึ่งชื่นชอบและจริงจังถึงขึ้นตั้งเป้าจะปั่นให้ได้ 80-100 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 200-300 กิโลเมตรต่อเดือน มีเวลาสัก 30-45 นาทีหลังเลิกงานผมก็เก็บหมด จนหลัง ๆ เริ่มไม่ค่อยมีเวลา ความรับผิดชอบมากขึ้นก็ส่วนหนึ่ง แต่พอเหนื่อยมาก ๆ ก็เริ่มค่อย ๆ ทิ้งห่างมันไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งก็มาคิด เราไม่ได้ต้องการชีวิตแบบนี้ นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่่เราเริ่มวางรากฐานอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อแลกกับเวลาส่วนตัวและเวลาที่ให้กับครอบครัวมากขึ้น” วิศรุตยังเล่าต่อว่านอกจากเขาจะมีเวลาปั่นจักรยานมากขึ้น ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เวลาที่ได้กลับมาทำให้เขาได้อยู่กับความคิดตัวเองมากขึ้น จนค้นพบงานอดิเรกอื่น ๆ และสิ่งที่อยากทำอีกมากมาย

“ผมเป็นคนชอบกิน เวลาไปทำงานต่างจังหวัดพนังงานขายแนะนำร้านไหนอร่อยต้องตามไปกิน จนกลายเป็นคนชอบทำอาหาร เพราะบางอย่างหาซื้อไม่ได้ก็อยากทำเอง ช่วงนี้พอมีเวลามากขึ้นก็เริ่มเข้าครัวมากขึ้น” งานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งที่เขาสะสมเป็นสินทรัพย์ทางใจคือ “รถยนต์” เขาชอบถึงขนาดที่ว่า ลงมือซ่อม ขัดสี และดูแลรถยนต์ของเขาอย่างดีด้วยตัวเอง หาความรู้จากการอ่านหนังสือ ดูยูทูป จนกลายเป็นทักษะติดตัวมาถึงวันนี้ “Porsche น่าจะเป็นรถที่ผมชอบมากที่สุด แต่ถ้าถามว่ารุ่นไหนทำให้ชอบการขับรถ ก็ต้อง Honda Acura เป็นรถที่ผมขับช่วงที่เรียนอยู่ที่สหรัฐ คันเล็กแต่ขับสนุกมาก ผมเคยลงแข่ง Autocross เป็นสนามแข่งที่ทำให้เราได้ทดสอบฝีมือและทำให้รู้ว่าการขับรถมันมีเรื่องให้เรียนรู้อีกมาก”


ลูกค้า ttb wealth banking


จากความสำเร็จที่ได้เวลากลับคืนมา แต่ก็ยังต้องการเครื่องมือที่ทำให้ “เวลาชีวิต” สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เมื่อในวันนี้เขาสำเร็จจากการบริหารเวลา มีเวลากับชีวิตได้มากขึ้น เป้าหมายของเขาก็ยังไม่หยุดแค่นี้ เพราะยังคงวางเป้าหมายเรื่องการเงิน และการลงทุน เพื่อเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น หากถามว่าอะไรคือเคล็ดลับที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับเป้าหมายนี้ได้ วิศรุตบอกว่า คุณต้องมีพาร์ทเนอร์ที่ดีและเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

"ด้วยความเป็นคนที่ชอบวางแผน และวางเป้าหมายใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อความท้าทาย จากการทำงานก่อนหน้านี้ที่ไม่ค่อยมีเวลา และยังต้องมีเวลาให้กับครอบครัว และงานอดิเรกที่ชื่นชอบอย่างรถยนต์ ผมยังมีเป้าหมายด้านต่อยอดการเงินและการลงทุน พร้อมทั้งหาเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ด้านอื่น ๆ ได้ด้วย ซึ่งการมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง ttb reserve (Private banking) ที่เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการลงทุน จะมีที่ปรึกษาส่วนตัวคอยดูแลให้คำแนะนำ ทำให้ผมสามารถบริหารการลงทุนได้อย่างลงตัวไปพร้อม ๆ กับการใช่ชีวิตในด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่คุ้มค่ามาก ๆ ที่ชอบที่สุดคือ การได้คะแนนรายปีที่ให้มาพร้อมกับบัตร ให้เราเอาคะแนนไปแลกเป็นสิ่งที่เราต้องการได้ตามที่เราชอบ และอายุคะแนนนานถึง 4 ปี รวมถึงอีกหนึ่งบริการที่ชอบมากเหมาะกับคนรักรถอย่างผม คือ Roadside Assistance บริการช่วยเหลือฉุกเฉินหากรถมีปัญหา อย่างน้อยก็อุ่นใจมากขึ้นว่ามีคนคอยอยู่เคียงข้างและดูแลเราตลอดเวลาที่เราต้องการ ทำให้ ttb reserve เป็น wealth banking พาทเนอร์ที่ดีของผม”