ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจาก AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ธุรกิจ หรือรูปแบบการทำงานของผู้คน โดย AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือด้านเทคโนโลยี แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างขององค์กรและอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมทั้งกำลังพลิกโฉมโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว องค์กรจำนวนมากนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับ Productivity ขณะที่คนทำงานเริ่มกังวลว่าอาชีพและรายได้ในอนาคตอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทีทีบี จึงได้จัดเวทีเสวนาพิเศษ “AI กับอนาคตตลาดแรงงาน อวสานมนุษย์เงินเดือน เมื่อเวลาเกษียณมาเร็วกว่าที่คิด” ให้กับองค์กรพันธมิตรชั้นนำกว่า 80 บริษัท เพื่อเตรียมพร้อมและตระหนักถึงความจำเป็นที่องค์กรต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมตอกย้ำบทบาทของทีทีบี ในการสนับสนุนองค์กรยกระดับชีวิตทางการเงินของพนักงานและผู้บริหาร
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า ความกังวลของมนุษย์เงินเดือนต่อการเปลี่ยนแปลงจาก AI เป็นเรื่องที่มีเหตุผล โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่าง Agentic AI กำลังพัฒนาและเข้ามามีบทบาทในโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกองค์กรและทุกอุตสาหกรรม ทำให้คนทำงานต้องพัฒนาทักษะใหม่และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างคุณค่าในบทบาทที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
ในมุมขององค์กร ทีทีบีได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายกระบวนการ ตั้งแต่งานตรวจสอบข้อมูลและกฎระเบียบ งานด้านไอที การยกระดับคุณภาพการบริการลูกค้า ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการขายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยการขับเคลื่อน AI Transformation ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การมีข้อมูลที่มีคุณภาพและพร้อมใช้งาน (Data Foundation) การกำกับดูแลการใช้ AI และความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเหมาะสม (AI Governance) รวมถึงการสร้างทักษะและวัฒนธรรมการใช้ AI ทั่วทั้งองค์กร (AI Embedded Skill)
ทางด้าน ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และเศรษฐศาสตร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Vialink และ Siametrics Consulting กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานและรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดย AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด แต่เข้ามารับบทบาทในงานที่เป็นขั้นตอนซ้ำ ๆ และใช้กฎเกณฑ์ตายตัว ส่งผลให้บุคลากรต้องยกระดับสู่บทบาทที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ทั้งการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งยังคงเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อาจนำไปสู่ภาวะ K-Shape ในตลาดแรงงาน โดยแรงงานที่สามารถนำ AI มาเสริมศักยภาพการทำงานจะมีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ขณะที่ผู้ที่ปรับตัวไม่ทันอาจเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI ซึ่งสามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติในหลายกระบวนการ พร้อมส่งผลให้งานหลังบ้าน งานเอกสาร งานบัญชี และงานการเงินจำนวนมากถูกแทนที่ได้ในอนาคต ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร และช่วยตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ดร.ณภัทร ระบุว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ยังมีทักษะสำคัญที่ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ง่าย ได้แก่ ทักษะด้านการปฏิสัมพันธ์และการสร้างความไว้วางใจระหว่างบุคคล การตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อมูลไม่สมบูรณ์ รวมถึงการคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร และการตั้งคำถามเชิงลึก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรสามารถปรับตัวและสร้างความแตกต่างในการทำงานได้
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือแนวคิด “Everyone is a Builder” ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับสามารถใช้ AI พัฒนาเครื่องมือ ระบบงาน หรือโซลูชันที่ตอบโจทย์การทำงานของตนเองได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเชิงลึกเช่นในอดีต ส่งผลให้นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฝ่ายเทคโนโลยีอีกต่อไป
สำหรับองค์กรที่ต้องการขับเคลื่อน AI Transformation ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาทางธุรกิจจริงควบคู่ไปกับการสร้างรากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ รวมถึงได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากผู้บริหารระดับสูง พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนางานและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานจาก AI องค์กรและพนักงานจึงต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมทั้งด้านทักษะการทำงานและความมั่นคงทางการเงิน เพราะเวลาในการเก็บเงินก่อนเกษียณถูกบีบอัดให้สั้นลงเรื่อย ๆ หรือเกิดปรากฏการณ์ที่ต้องออกจากตลาดแรงงานเร็วกว่าที่คิด การบริหารจัดการการเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทีทีบีพร้อมเป็นพันธมิตรที่อยู่เคียงข้างทั้งองค์กร ผู้บริหาร และพนักงาน เพื่อร่วมสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้มนุษย์เงินเดือนในทุกมิติ ตั้งแต่การสร้างวินัยทางการเงิน การบริหารจัดการหนี้ ไปจนถึงการวางแผนการเก็บออม การเสริมความคุ้มครองและต่อยอดความมั่งคั่งเพื่ออนาคต เพื่อช่วยให้พนักงานมีความมั่นคงทางการเงินและพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน เพื่อให้ทั้งคนและองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในโลกการทำงานยุคใหม่
