“เงินสำรองฉุกเฉินคือกันชนทางการเงิน” ช่วยให้เรายังใช้ชีวิตต่อได้เมื่อรายได้สะดุด ซึ่งควรมีอย่างน้อย 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดรถ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ
ควรเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนใช้ได้ทันที และแยกจากบัญชีใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เผลอนำไปใช้
เมื่อตั้งใจจะมีเงินสำรองฉุกเฉิน แล้วต้องทำอย่างไร?
1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดก่อนออม เริ่มจากคำถามง่าย ๆ “ถ้าวันหนึ่งไม่มีรายได้ เราจะอยู่ได้กี่เดือน?” แล้วกำหนดว่าเราจะต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินเพื่ออยู่ให้ได้ต่ออย่างน้อย 3-6 เดือน สูตรง่าย ๆ คือ ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง = เป้าหมายเงินฉุกเฉิน เมื่อมีตัวเลขชัดเจน เป้าหมายคุณก็จะชัด
2. เก็บก่อนใช้ ทันทีที่เงินเดือนเข้า ให้เก็บก่อน อย่ารอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ ต้องสร้างวินัยทันที อาทิ ตั้งตัดเงินอัตโนมัติ หรือโอนเงินเก็บเข้าบัญชีทันที เมื่อได้เงินเดือน
แล้วควรเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่? จากคำแนะนำของ ฟินทิป
- ควรกำหนดรายจ่ายที่จำเป็นต่อเดือนก่อน หากยังไม่แน่ใจอาจใช้วิธีแบ่งเงินยอดนิยมแบบง่าย ๆ โดยลองใช้กฎ 50 – 30 – 20 ( 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น , 30% ความสุข / ไลฟ์สไตล์ , 20% ออม + ลงทุน )
- แล้วหาสัดส่วนเก็บเงินต่อเดือนที่เหมาะสม แล้วค่อย ๆ ทยอยเก็บเงินสำรองจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
10-20% ของรายได้ สำหรับผู้เริ่มต้น
25% ของรายได้ สำหรับมนุษย์เงินเดือน
30-40% หากอยากถึงเป้าหมายเร็วขึ้น และรายได้เอื้ออำนวย
3. แยกบัญชีให้ชัด เงินจะไม่ปนกัน การแยกบัญชีช่วยให้บริหารเงินง่ายขึ้นมาก เช่น
- บัญชีรายรับ
- บัญชีรายจ่าย
- บัญชีออมตามเป้าหมาย
- บัญชีสำรองฉุกเฉิน
เมื่อเงินแต่ละบัญชีมีหน้าที่ชัดเจน คุณจะไม่แพ้เสียงในหัว แล้วเผลอหยิบเงินเก็บมาใช้โดยไม่จำเป็น
4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เติมสำรองฉุกเฉินให้โตได้เร็วขึ้น หลังจากจดรายรับ-รายจ่ายแล้ว จะเริ่มเห็นว่าอะไร “จำเป็น” และอะไร “ตัดได้” เงินส่วนที่ลดได้ ควรโอนเข้า “บัญชีสำรองเงินฉุกเฉิน” ทันที ทำแบบนี้ต่อเนื่อง เงินสำรองจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว
เรามาลองคำนวณตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติว่า รายได้ 30,000 บาท/เดือน
รายจ่ายจำเป็น 15,000 บาท/เดือน
หากต้องการเงินสำรอง 6 เดือน
15,000 × 6 = 90,000 บาท
กรณีออม 20%
30,000 * 20% = 6,000 บาท/เดือน
จะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน ถึงจะครบ
กรณีออม 30%
30,000 * 30% = 9,000 บาท/เดือน
จะใช้เวลาประมาณ 10 เดือน
สรุป การวางแผนการเงินง่ายนิดเดียว แค่…
- ตั้งเป้าหมายให้ชัด
- เก็บก่อนใช้ กำหนดรายจ่าย และเงินเก็บต่อเดือน
- แยกบัญชี การใช้เงินแต่ละประเภทให้ชัดเจน
- ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
การวางแผนการเงินไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เริ่มวันนี้ เดือนหน้าเงินคุณจะมีทิศทางมากขึ้น
และอีกหนึ่งปีข้างหน้า คุณจะขอบคุณตัวเองที่รู้จักเริ่มเก็บตั้งแต่ตอนนี้ ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน
เงินสำรองฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องของความกลัว แต่คือการเตรียมตัวอย่างมีสติ
เพราะเมื่อชีวิตสะดุด อย่างน้อยการวางแผนการเงินที่ดี จะช่วยให้เรา “เจ็บน้อยลง” และตั้งหลักได้เร็วขึ้นนั่นเอง
แหล่งอ้างอิงบทความ: ธนาคารแห่งประเทศไทย
