external-popup-close

คุณกำลังออกจากเว็บไซต์ ทีทีบี
เพื่อเข้าสู่

https://www.ttbbank.com/

ตกลง

ถ้าวันหนึ่งรายได้หยุดกะทันหัน เราจะรับมือไหวไหม? ทำไม! เงินสำรองฉุกเฉินจึงสำคัญกับทุกคน

#fintips #เคล็ดลับการเงิน#การออม#เงินฉุกเฉิน#เก็บเงิน
13 มี.ค. 2569

“เงินสำรองฉุกเฉินคือกันชนทางการเงิน” ช่วยให้เรายังใช้ชีวิตต่อได้เมื่อรายได้สะดุด ซึ่งควรมีอย่างน้อย 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดรถ ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ

ควรเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนใช้ได้ทันที และแยกจากบัญชีใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เผลอนำไปใช้


เมื่อตั้งใจจะมีเงินสำรองฉุกเฉิน แล้วต้องทำอย่างไร?

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดก่อนออม เริ่มจากคำถามง่าย ๆ “ถ้าวันหนึ่งไม่มีรายได้ เราจะอยู่ได้กี่เดือน?” แล้วกำหนดว่าเราจะต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินเพื่ออยู่ให้ได้ต่ออย่างน้อย 3-6 เดือน สูตรง่าย ๆ คือ ค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน × จำนวนเดือนที่ต้องการสำรอง = เป้าหมายเงินฉุกเฉิน เมื่อมีตัวเลขชัดเจน เป้าหมายคุณก็จะชัด

2. เก็บก่อนใช้ ทันทีที่เงินเดือนเข้า ให้เก็บก่อน อย่ารอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ ต้องสร้างวินัยทันที อาทิ ตั้งตัดเงินอัตโนมัติ หรือโอนเงินเก็บเข้าบัญชีทันที เมื่อได้เงินเดือน

แล้วควรเก็บเงินเดือนละเท่าไหร่? จากคำแนะนำของ ฟินทิป

  • ควรกำหนดรายจ่ายที่จำเป็นต่อเดือนก่อน หากยังไม่แน่ใจอาจใช้วิธีแบ่งเงินยอดนิยมแบบง่าย ๆ โดยลองใช้กฎ 50 – 30 – 20 ( 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น , 30% ความสุข / ไลฟ์สไตล์ , 20% ออม + ลงทุน )
  • แล้วหาสัดส่วนเก็บเงินต่อเดือนที่เหมาะสม แล้วค่อย ๆ ทยอยเก็บเงินสำรองจนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
    10-20% ของรายได้ สำหรับผู้เริ่มต้น
    25% ของรายได้ สำหรับมนุษย์เงินเดือน
    30-40% หากอยากถึงเป้าหมายเร็วขึ้น และรายได้เอื้ออำนวย

3. แยกบัญชีให้ชัด เงินจะไม่ปนกัน การแยกบัญชีช่วยให้บริหารเงินง่ายขึ้นมาก เช่น

  • บัญชีรายรับ
  • บัญชีรายจ่าย
  • บัญชีออมตามเป้าหมาย
  • บัญชีสำรองฉุกเฉิน

เมื่อเงินแต่ละบัญชีมีหน้าที่ชัดเจน คุณจะไม่แพ้เสียงในหัว แล้วเผลอหยิบเงินเก็บมาใช้โดยไม่จำเป็น

4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เติมสำรองฉุกเฉินให้โตได้เร็วขึ้น หลังจากจดรายรับ-รายจ่ายแล้ว จะเริ่มเห็นว่าอะไร “จำเป็น” และอะไร “ตัดได้” เงินส่วนที่ลดได้ ควรโอนเข้า “บัญชีสำรองเงินฉุกเฉิน” ทันที ทำแบบนี้ต่อเนื่อง เงินสำรองจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว

เรามาลองคำนวณตัวอย่างให้เห็นภาพ
สมมติว่า รายได้ 30,000 บาท/เดือน
รายจ่ายจำเป็น 15,000 บาท/เดือน
หากต้องการเงินสำรอง 6 เดือน
15,000 × 6 = 90,000 บาท
กรณีออม 20%
30,000 * 20% = 6,000 บาท/เดือน
จะใช้เวลาประมาณ 15 เดือน ถึงจะครบ
กรณีออม 30%
30,000 * 30% = 9,000 บาท/เดือน
จะใช้เวลาประมาณ 10 เดือน


สรุป การวางแผนการเงินง่ายนิดเดียว แค่…

  1. ตั้งเป้าหมายให้ชัด
  2. เก็บก่อนใช้ กำหนดรายจ่าย และเงินเก็บต่อเดือน
  3. แยกบัญชี การใช้เงินแต่ละประเภทให้ชัดเจน
  4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

การวางแผนการเงินไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่เริ่มวันนี้ เดือนหน้าเงินคุณจะมีทิศทางมากขึ้น
และอีกหนึ่งปีข้างหน้า คุณจะขอบคุณตัวเองที่รู้จักเริ่มเก็บตั้งแต่ตอนนี้ ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน

เงินสำรองฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องของความกลัว แต่คือการเตรียมตัวอย่างมีสติ
เพราะเมื่อชีวิตสะดุด อย่างน้อยการวางแผนการเงินที่ดี จะช่วยให้เรา “เจ็บน้อยลง” และตั้งหลักได้เร็วขึ้นนั่นเอง

แหล่งอ้างอิงบทความ: ธนาคารแห่งประเทศไทย