external-popup-close

คุณกำลังออกจากเว็บไซต์ ทีทีบี
เพื่อเข้าสู่

https://www.ttbbank.com/

ตกลง

อิสรภาพหลังเกษียณ ออกแบบชีวิตเกษียณที่คุณเป็นคนเลือกเอง

#fintips #เคล็ดลับการเงิน#สินเชื่อ#ออมเงิน #เก็บเงินหลังเกษียณ
27 ก.ย. 2569

หลายคนมองว่า “การเกษียณ” เป็นเรื่องไกลตัวของคนวัย 60 ปี แต่ความจริงแล้ว ชีวิตหลังเกษียณที่สงบและมีความสุข อาจจะไม่ใช่แค่อายุ 60 ปี แต่อาจจะอายุ 40+ ก็ได้ สมัยนี้ไม่ได้วัดกันที่เราจะหยุดทำงานเมื่ออายุเท่าไหร่ แต่วัดกันที่วันที่เรา “เริ่มวางแผนเกษียณ”

เพราะในวันที่รายได้ประจำหยุดลง ค่าใช้จ่ายในชีวิตกลับไม่ได้หยุดตาม ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าซ่อมบำรุงบ้าน และที่สำคัญที่สุดคือ “ค่าดูแลสุขภาพ” ที่มักโตตามอายุ สิ่งที่เราต้องการในวัยนั้นจึงไม่ใช่ชีวิตหรูหราอวดใคร แต่คือ “ความอุ่นใจ” ที่มีเงินพอใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น มีเหลือไว้ซื้อความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ


แล้วต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ?

คำตอบของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับว่าเราอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไหน วิธีเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด คือ ลองดูค่าใช้จ่ายของตัวเองในวันนี้ก่อน โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอาจลดลงเหลือประมาณ 70–80% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ แต่ตัวเลขนี้ยังไม่รวมผลของเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น วันนี้ใช้เดือนละ 30,000 บาท หลังเกษียณอาจประเมินเบื้องต้นไว้ประมาณ 21,000–24,000 บาทต่อเดือน จากนั้นลองถามตัวเองต่อว่า…


ถ้าเราเกษียณแล้ว ต้องใช้เงินแบบนี้ไปอีกกี่ปี?

ตัวอย่าง หากคาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอีก 20 ปี และต้องการใช้เงินเดือนละ 25,000 บาท = 25,000 × 12 เดือน × 20 ปี = 6,000,000 บาท

นี่เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น และยังต้องคำนึงถึงเงินเฟ้อ รวมถึงค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่ารักษาพยาบาล การท่องเที่ยว การซ่อมบ้าน หรือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ต่าง ๆ ด้วย


ยิ่งเริ่มไว เงินยิ่งทำงานไว พลังของการ “เริ่มเร็ว” อย่ารอให้ใกล้เกษียณแล้วค่อยเริ่ม

เหตุผลที่เราควรรีบวางแผนตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการกดดันตัวเองให้เก็บเงินก้อนใหญ่ แต่เพื่อให้ “เวลา” เข้ามาช่วยเบาแรง

ตัวอย่างจาก ธปท. (เป้าหมายเงินเก็บ 1,000,000 บาท ณ อายุ 60 ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี)

  • เริ่มวางแผนตอนอายุ 31: ออมเพียงเดือนละ 1,250 บาท
  • เพิ่งวางแผนตอนอายุ 51: ต้องออมสูงถึงเดือนละ 6,300 บาท

เห็นได้ชัดว่า “เริ่มเร็ว สำคัญกว่า เริ่มเยอะ” เพราะแรงส่งจากผลตอบแทนทบต้นจะช่วยขับเคลื่อนให้เงินออมเติบโตขึ้นเองในระยะยาว


4 เรื่องที่ควรทำ เพื่อให้เกษียณแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

1. รู้ก่อนว่าเราใช้เงินเท่าไหร่
เริ่มจดรายรับ-รายจ่ายของตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละเดือนใช้เงินกับอะไรบ้าง และเมื่อเกษียณแล้ว ค่าใช้จ่ายไหนจะลดลงหรือหายไป

2. ออมเพื่อเกษียณอย่างสม่ำเสมอ
ธปท. แนะนำให้แบ่งเงินออมเพื่อเกษียณอย่างน้อยประมาณ 10% ของรายได้ และเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ก็ควรเพิ่มเงินออมตามไปด้วย

ไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินเหลือแล้วค่อยออม แต่ควรออมก่อนแล้วจึงใช้เงินที่เหลือ

3. ให้เงินทำงานด้วยการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง
เงินออมเพื่อเกษียณบางส่วนอาจนำไปลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทน แต่ควรเลือกการลงทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

และเมื่อใกล้หรือเข้าสู่วัยเกษียณ การบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่องก็ยิ่งสำคัญ เพราะเงินก้อนนี้คือเงินที่เราต้องใช้ดำรงชีวิตในระยะยาว

4. วางแผนใช้เงินหลังเกษียณ
มีเงินก้อนใหญ่ไม่ได้แปลว่าจะใช้ได้อย่างสบายใจตลอดชีวิต หากไม่มีแผนบริหารเงิน ธปท. แนะนำให้มีเงินฝากที่มีสภาพคล่องประมาณ 2–6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายประจำและเหตุฉุกเฉิน และอาจแบ่งเงินบางส่วนไปฝากประจำในระยะเวลาต่าง ๆ เพื่อบริหารสภาพคล่องและเพิ่มผลตอบแทน


เกษียณอย่างมีสุข ไม่ใช่แค่ "พออยู่" แต่คือการ "ได้ใช้ชีวิตในแบบ”ที่อยากใช้

เป้าหมายของการวางแผนการเงิน ไม่ใช่การกอดเงินก้อนใหญ่ที่สุดไว้โดยไม่ได้ใช้ชีวิตเลย แต่คือการเตรียมต้นทุนให้พร้อม เพื่อให้วันที่ไม่มีเงินเดือนเข้า เรายังคงมีสิทธิ์เลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

  • ได้ตื่นมาจิบกาแฟกับครอบครัวแบบไม่รีบร้อน
  • ได้เดินทางท่องเที่ยวปีละ 1-2 ครั้ง
  • ได้ทานของอร่อยที่อยากทาน และมีงานอดิเรกฮีลใจ
  • ได้ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี โดยไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

การเกษียณที่มีความสุข อาจไม่ใช่การเป็นคนที่มีเงินมากที่สุด แต่คือการมี "เงินพอ" สำหรับชีวิตที่เราอยากใช้ และได้เป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้… วันละเล็กวันละน้อย เพื่ออนาคตที่คุณจะได้ใช้ชีวิตที่ออกแบบได้ด้วยตัวคุณเอง

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

บทความโดย :fintips by ttb