โจรเอาบัญชีเราไปทำอะไร? (ทำไมถึงกลายเป็นบัญชีม้า)
มิจฉาชีพไม่ได้เอาบัญชีเราไปออมเงินเล่น ๆ แน่นอน แต่เขาเอาชื่อเราไปใช้เป็น "โล่กำบัง" ในการทำเรื่องผิดกฎหมายที่พวกเขาไม่กล้าใช้ชื่อของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น
หลอกโกงเงิน: นำไปหลอกขายของออนไลน์ หลอกลงทุน แล้วให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีคุณ
ท่อน้ำเลี้ยงเว็บพนัน: ใช้บัญชีคุณเป็นทางผ่านในการรับ-จ่ายเงินพนัน วันละเป็นล้าน ๆ
ฟอกเงินสีเทา: เปลี่ยนเงินสกปรกจากยาเสพติด หรือธุรกิจผิดกฎหมายให้กลายเป็นเงินสะอาด
สรุปง่าย ๆ โจรได้ตังค์ อิ่มความสุข ส่วนเราได้ตำแหน่ง "เจ้าของบัญชีม้า" พ่วงตำแหน่งผู้ต้องหาไปแบบงง ๆ
ผลกระทบแบบเกินคาด แค่ให้ยืมบัญชี สิ่งนี้เจอแน่!
หากคิดว่า "ถ้ามีเรื่องก็แค่ปิดบัญชีหนี" บอกเลยว่าคิดผิด! เพราะสิ่งที่ตามมามันหนักกว่านั้นเยอะ!
โดนตำรวจตรวจสอบเป็นคนแรก: เวลาเกิดเรื่อง กฎหมายจะตามจาก "ชื่อเจ้าของบัญชี" ก่อนเสมอ โจรอยู่ไหนไม่รู้ แต่ชื่อคุณอยู่บนสลิปโอนเงิน แก้ตัวยังไงก็ฟังไม่ขึ้น
แบล็กลิสต์ทางการเงิน: บัญชีธนาคารอื่น ๆ ที่คุณมีจะถูกระงับ (อายัด) ทั้งหมด จะโอนเงิน สแกนจ่าย ซื้อของออนไลน์ หรือทำธุรกรรมอะไรไม่ได้เลย ชีวิตตัดขาดจากโลกดิจิทัลทันที
ประวัติเสีย สมัครงานยาก: บันทึกอาชญากรรมจะติดตัวคุณไปตลอดชีวิต หมดอนาคตกับการทำงานในบริษัทดี ๆ
โทษทัณฑ์ที่ต้องจ่าย (ไม่ใช่แค่ปรับ แต่จับจริง)
กฎหมายปัจจุบัน (พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) ลงโทษเรื่องนี้แรงมาก
- เปิดบัญชีม้า / ยอมให้คนอื่นใช้บัญชี จำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับสูงสุด 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- เป็นธุระจัดหา / โฆษณาซื้อขายบัญชี จำคุกสูงสุด 2 - 5 ปี หรือปรับ 200,000 - 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สรุป
จำให้ขึ้นใจ: "เซฟตัวเองก่อน อย่าหาทำ"
ยุคนี้เทคโนโลยีไปไว แต่กฎหมายก็ไล่กวดไวไม่แพ้กัน รักตัวเองให้มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัว ญาติ หรือคนสนิท ชวนเปิดบัญชี คำตอบเดียวที่ต้องท่องไว้คือ "ไม่ได้!"
จำไว้ว่า อะไรที่มีชื่อเรา เราต้องรับผิดชอบ 100% อย่าเอาอนาคตทั้งชีวิตไปแลกกับเงิน หลักร้อน หลักพันหรือแลกกับคำว่าเกรงใจ... มันไม่คุ้มเลยจริง ๆ
แหล่งที่มา : ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
