external-popup-close

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์
ttbbank.com ไปยังเว็บไซต์อื่น

ตกลง

รู้ให้ไว ไม่ตกเป็นเหยื่อเทคโนโลยี Deepfake หลอกลวง

#fintips #เคล็ดลับการเงิน #Digital #Deepfake

17 มิ.ย. 2565


  • ทำความรู้จักกับกับ Deepfake การปลอมแปลงอัตลักษณ์ของบุคคลด้วยปัญญาประดิษฐ์
  • ช่องทางมิจฉาชีพของเหล่า Deepfaker

 

หนึ่งในกลโกงที่สร้างความฮือฮามาแล้วทั่วโลก ก็คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า Deepfake การปลอมใบหน้า และเสียงที่เหมือนจนต้องเทียบรูปกันแบบช็อตต่อช็อต เมื่อในอดีตดูจะเป็นเรื่องไกลตัว และแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ทุกวันนี้ Deepfake กลายเป็นรูปแบบกลโกงใหม่ล่าสุด ที่มิจฉาชีพนำมาใช้ในการหลอกลวง หรือถูกใช้ยุแยงความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไปจนถึงอยู่เบื้องหลังการโจรกรรมมากมาย!!

ในยุคที่แต่ละวันเรารับข่าวสารนับร้อยนับพันชิ้น สิ่งที่ได้เห็น ที่ได้ยิน อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดอีกต่อไป ฉะนั้นมาทำความรู้จัก Deepfake เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อกันครับ

 

ทำความรู้จักกับกับ Deepfake การปลอมแปลงอัตลักษณ์ของบุคคลด้วยปัญญาประดิษฐ์

Deepfake มาจากคำว่า Deep Learning รวมกับคำว่า Fake เป็นเทคโนโลยีการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ด้วย Deep Learning เป็นการเรียนรู้อัตลักษณ์ของบุคคลที่เฉพาะเจาะจง เช่น รูปใบหน้า สีผิว รูปร่าง การเคลื่อนไหว แล้วประมวลผลออกไปตามคำสั่งที่ป้อนเข้าไป หากอธิบายให้เห็นภาพ Deepfake ที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในชีวิตประจำวันก็คือ การตรวจจับใบหน้าเวลาเราจะแท็กเพื่อน หรือการใส่ฟิลเตอร์ต่าง ๆ ลงในแอปฯ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็ใช้หลักการ Deepfake นี้ทั้งสิ้น

ประโยชน์ของ Deepfake ในแง่ธุรกิจ

 

ประโยชน์ของ Deepfake ในแง่ธุรกิจ

ที่เราได้เห็นบ่อย ๆ ในการนำเทคโนโลยี Deepfake มาใช้ประโยชน์ในแง่ธุรกิจ คือ ธุรกิจบันเทิง ยกตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์ที่มีการนำเทคโนโลยี Deepfake มาสร้างใบหน้าแทนดารานำชาย ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว เป็นต้น จากที่ในอดีตเทคโนโลยี Deepfake ยังมีข้อจำกัดมาก ทั้งคุณภาพวิดีโอต่ำ การแสดงท่าทางดูไม่เป็นธรรมชาติ จนถึงปัจจุบันมีการพัฒนาจนเหมือนจริง ชนิดที่แยกไม่ออก ต้องใช้เครื่องมือมาช่วยแยกของจริงกับของปลอม ประโยชน์ในแง่ของการตลาดที่ Deepfake สามารถนำมาใช้ได้ อย่างเช่น การถ่ายโฆษณา 10 ครั้ง กับถ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว โดยนำเทคโนโลยี Deepfake มาใช้ในการปรับเปลี่ยนภาษาและท่าทางในการพูด ประหยัดทั้งเวลา และค่าตัวนักแสดงอย่างไรก็ตาม

ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ต้องมีการตกลงทำสัญญาเป็นกิจจะลักษณะกับนักแสดงและทางฝั่งแบรนด์ให้รัดกุมด้วยเช่นกัน

ช่องทางมิจฉาชีพ Deepfaker

 

ช่องทางมิจฉาชีพของเหล่า Deepfaker

เทคโนโลยี Deepfake เปรียบเสมือนดาบสองคม ที่มีทั้งประโยชน์และโทษ ถือเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพสบโอกาส นำไปใช้

ตัวอย่างล่าสุดที่หลาย ๆ คนอาจเห็นกัน ช่วงต้นปีนี้ที่สถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคุกรุ่น จู่ ๆ ก็มีวิดีโอประธานาธิบดียูเครน ออกมากล่าวพูดยอมแพ้ และตอบตกลงกับข้อเสนอของรัสเซีย ซึ่งถึงแม้ว่า Deepfake นี้จะถูกตีตกไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ทำให้เห็นว่า Deepfake สามารถใช้ปลุกปั่นได้ในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้

ส่วนในประเทศไทย Deepfake อาจจะไม่ได้มีความล้ำหน้า หรือสามารถทำได้เยอะเท่ากับของต่างประเทศ หากแต่เป็นเทคโนโลยีที่ถูกเจาะจงไปที่กลุ่มคนที่เปราะบางในสังคม อย่างเช่นกลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มผู้ที่ปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่ากลัวมาก ๆ กลุ่มมิจฉาชีพมีศักยภาพที่มากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีที่ใช้ง่ายขึ้นทุกวัน Deepfake จึงเป็นอะไรที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ! ดังเช่นมิจฉาชีพนำ Deepfake ไปสร้างคลิปปลอมเป็นตำรวจ เพื่อมาหลอกลวงประชาชนให้โอนเงิน เป็นต้น

 

เราจะป้องกันการถูกหลอกลวงโดย Deepfake ได้อย่างไร?

ความซับซ้อนและความแนบเนียนของเทคโนโลยี Deepfake ที่นำมาใช้งานในทางที่ผิดนั้น สามารถสร้างปัญหาให้กับเราได้เช่นกัน แล้วเราจะสามารถป้องกัน หรือมีเครื่องมืออะไรที่จะช่วยได้บ้าง อาจจะแบ่งออกได้เป็น 2 ข้อ คือเทคโนโลยีการตรวจจับ Deepfake และอีกข้อหนึ่ง คือ เราต้องรู้จักป้องกันตัวเอง


เทคโนโลยีการตรวจจับ Deepfake

เทคโนโลยี Deepfake ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งมีความเหมือนจริงและตรวจสอบยากขึ้น สำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DARPA) จึงต้องผลิตครื่องมือตรวจจับ Deepfake แบบอัตโนมัติ โดยจะสามารถประเมินความสมบูรณ์ของภาพถ่าย และวิดีโอโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ข้อมูลแก่นักวิเคราะห์ รวมถึงเรียนรู้วิธีการสร้างเนื้อหาปลอม โดยโปรแกรมสามารถจับความไม่สอดคล้องกันของภาพและเสียงที่มีอยู่ได้

ทางด้านประเทศไทยถึงแม้เทคโนโลยี Deepfake อาจไปไม่ถึงขั้นที่น่าเป็นห่วง แต่บ้านเราก็ไม่ได้นิ่งดูดายกับประเด็นเหล่านี้ ด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตั้งรับข่าวสารแปลกปลอมที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น ‘ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย’ ถูกก่อตั้งขึ้นมาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตีแผ่ข่าวปลอม หรือ Fake News ที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ รวบรวมฐานข้อมูล (Database) ข่าวหรือข้อมูลปลอมเพื่อรับมือกับอนาคตอันใกล้ที่ Deepfake อาจเข้ามาก่อกวนมากขึ้นในไทย


การป้องกันตนเองบนโซเชียลมีเดีย

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม รวมถึงผู้ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเอง ก็ต้องมีมาตรการป้องกันที่รัดกุม เช่น ติดป้ายกำกับเนื้อหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และไม่เผยแพร่เนื้อหาสุ่มเสี่ยงและไม่มีที่มาที่น่าเชื่อถือ

นอกจากนั้น ในฐานะผู้บริโภค เสพข่าวสาร เราจะเชื่อในทุกสิ่งที่เห็นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว! แต่คุณสามารถสังเกต จับพิรุธ Deepfake ได้โดยคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

  • ลองสังเกตผิวหนังบริเวณหน้าผาก และแก้ม สองบริเวณนี้ดูเรียบเนียนหรือเหี่ยวย่นเกินจริงหรือไม่?
  • สังเกตแสงเงาตกกระทบ บริเวณใต้ตา เงาร่องแก้ม ไปจนถึงใต้จมูก โดยเงาจาก Deepfake จะมีลักษณะคล้าย Air Brush ดูไม่ค่อยมีมิติ
  • ตำหนิบนหน้าเช่น ไฝ สิว อาจมีความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเฟรม
  • จับจ้องที่ปาก การขยับของปากอาจไม่ตรงกับเสียง รวมไปถึงการขยับของปากอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ

เห็นได้ว่ามิจฉาชีพรูปแบบต่าง ๆ ใกล้ตัวเราเข้ามาทุกขณะ และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นการสังเกตและตั้งคำถามกับทุกสิ่งรอบตัว จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในยุคนี้ รวมถึงหมั่นอัปเดตข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันก็สามารถช่วยได้ในเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ต้องใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีสติด้วยนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก

  • เว็บไซต์ techsauce
  • เว็บไซต์ techhub
  • เว็บไซต์ springnews
  • เว็บไซต์ The matter


Sources
https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/deepfake-ai/
https://techsauce.co/pr-news/deep-fake-technology-by-gartner
https://www.gamingdose.com/feature/deepfake-คืออะไร-ทำไมถึงน่ากลัว/
https://www.techhub.in.th/deep-fake-knowledge-ai-tools/
https://www.springnews.co.th/news/822824
https://thematter.co/thinkers/การตลาดอาทิตย์ละตอน/deepfake/117664
https://www.forbes.com/sites/thomasbrewster/2021/10/14/huge-bank-fraud-uses-deep-fake-voice-tech-to-steal-millions/?sh=18e6bca37559
https://www.bbc.com/news/technology-60780142
https://thestandard.co/anti-fake-news-center-2/