"วางแผนส่งต่อชีวิตที่มั่นคงเพื่อลูก” เรื่องที่พ่อแม่ควรคิดไว้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอ

#fintips #เคล็ดลับการเงิน #วางแผนอนาคตที่มั่นคง

17 ต.ค. 2564


 

  • วางแผนส่งต่ออนาคตที่มั่นคงให้ลูก ด้วยวิธีที่คนเป็นพ่อแม่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
  • เตรียมความพร้อมวางแผนงบประมาณเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกในทุก ๆ ช่วงชีวิตของลูก
  • เลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่ได้ผลตอบแทนคงที่ และคุ้มครองระยะยาว

 



“มีลูก” ก็เหมือน “มีห่วง” คำพูดนี้มักเป็นจริงเสมอในความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่
เพราะคำว่า “ลูก” แม้จะเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็มักจะมาพร้อมกับความกังวลใจ ว่าเราจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดได้ไหม
จะสั่งสมความมั่นคงไว้เป็นทุนชีวิตให้ลูกพอไหม และจะอยู่ถึงวันที่มองดูเขาเรียนจบหรือสร้างครอบครัวได้หรือเปล่า ?

แล้วคุณเคยถามตัวเองไหมครับ ว่าอีกกี่ปี ถึงจะหมดกังวลเรื่องลูก ?

ในชีวิตการเป็นพ่อแม่ทุกคนนั้น เราย่อมมีความคาดหวังที่จะได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก และเพื่อให้เป็นไปตามที่เราตั้งใจเอาไว้ จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดีและยาวไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสิ่งสำคัญที่เราห่วงใยก็คือ จะทำอย่างไรให้เขาเติบโตและมีอนาคตที่สดใส ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี เพื่อสร้างเส้นทางชีวิตให้ลูกของเราก้าวไปได้ไกลและมั่นคงที่สุด แม้ว่าเราจะไม่อยู่แล้วก็ตาม

เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งต่อความมั่นคงให้กับลูก จึงไม่จำเป็นต้องรอเวลา แต่เราสามารถจัดการวางแผนได้เลยตั้งแต่วันนี้ ด้วย 3 ขั้นตอน

ทีทีบี เดอะ เทรเชอร์


1. วางแผนอนาคตของลูก

สุดยอดความปรารถนาของการเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูกมี “อนาคตที่ดี” เราจึงสนับสนุนในเรื่องของการศึกษาของลูกกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกของเรามีความสามารถ และมีศักยภาพมากพอที่จะคว้าโอกาส และสร้างอนาคตที่ดีด้วยตัวเองได้ ซึ่งนอกจากเรื่องของการศึกษาที่เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางปัญญาแล้ว “ความสุขของลูก” ก็เป็นสิ่งมีคุณค่าที่พ่อแม่ควรใส่ใจไม่แพ้กัน ดังนั้นพ่อแม่ควรหมั่นสังเกตกิจกรรมที่ลูกชอบ คอยส่งเสริมให้กำลังใจ และส่งเสริมทักษะของเขาให้โดดเด่น เพื่อปูทางไปสู่อาชีพในอนาคตที่ลูกจะทำแล้วมีความสุข นอกจากนี้ควรเสริมสร้างทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันให้กับลูกด้วย เช่น ทักษะการแก้ไขปัญหา เจรจาต่อรอง และเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น หรือทักษะการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบและมีสติ ก็จะเป็นการช่วยให้เขาสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากนั้นควรส่งเสริมให้รู้จักการเก็บออมและลงทุน เพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในทุก ๆ ด้านในอนาคต


2. วางแผนงบประมาณเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูก

หมดยุคของคำพูดที่ว่า “มีลูกหนึ่งคน จนไปสิบปี” สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่กันแล้วครับ หากเรามีการวางแผนงบประมาณระยะยาวเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกเอาไว้อย่างรอบคอบ โดยการคำนวณค่าใช้จ่ายเอาไว้เป็นแต่ละช่วงวัย เช่น ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนถึงคลอด, ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกวัยเล็ก, ค่าใช้จ่ายสำหรับลูกวัยประถม, ค่าใช้จ่ายสำหรับลูกวัยมัธยม และค่าใช้จ่ายสำหรับลูกวัยมหาวิทยาลัย โดยลองแยกดูว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีการประเมินค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาตรีเอาไว้ โดยแบ่งเป็น 3 แบบ คือ หากเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐบาล จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1.6 ล้านบาท, เอกชน อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท และนานาชาติ จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 20.1 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ ซึ่งในวัยเรียนนอกจากจะมีทั้งค่าเสื้อผ้า, อาหาร, ค่าดูแลสุขภาพ และค่าเทอมแล้ว ยังต้องเผื่อค่ากิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ควรพิจารณาการวางแผนการออม การลงทุนเพื่อเป็นต้นทุนในอนาคตสำหรับลูกเอาไว้ด้วยนะครับ


3. วางแผนการส่งต่อความมั่งคั่ง เพื่อความมั่นคงในระยะยาว

นอกจากเก็บเงินให้ลูกแล้ว เรายังจำเป็นต้องมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่ช่วยจัดการความมั่นคงในระยะยาว และป้องกันความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ อย่างเช่น การทำประกันชีวิต ที่มีเงินคืนระหว่างกรมธรรม์ ที่ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน จึงช่วยให้เราสบายใจในการวางแผนส่งต่อความมั่นคงในชีวิตให้กับลูกได้มากขึ้น

ทีทีบี เดอะ เทรเชอร์

เพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง และชีวิตที่มั่นคงให้กับลูกหลาน เราขอแนะนำ ประกันชีวิต ทีทีบี เดอะ เทรเชอร์ ที่ให้คุณวางแผนความมั่งคั่งได้ง่าย ๆ จ่ายเบี้ยประกันชีวิตสั้นเพียง 8 ปี ได้รับผลตอบแทนทุกปีเป็นเงินคืน 8% ของทุนประกันภัยเริ่มต้น จนถึงอายุ 87 ปี ให้คุณได้มีเงินสำหรับการศึกษาที่ดีที่สุดของลูก และเป็นเงินทุนสร้างความมั่นคงเมื่อลูกมีครอบครัวเป็นของตัวเอง และได้รับเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา เป็นเงินก้อนที่สูงถึง 888% ของทุนประกันภัยเริ่มต้น เมื่ออายุครบ 88 ปี และหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประกันชีวิต ทีทีบี เดอะ เทรเชอร์ ดูแลคนข้างหลังด้วยความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงสุด 800% หรือ 6,400% ของทุนประกันภัยเริ่มต้น ในกรณีที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีกด้วย

มาเริ่มวางแผนความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อชีวิตที่มั่นคง ให้ลูกหลานของเราตั้งแต่วันนี้กันเลยครับ !
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด เงื่อนไขความคุ้มครอง ผลประโยชน์ และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิต ทีทีบี เดอะ เทรเชอร์ รับประกันชีวิตโดยบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงนายหน้าประกันชีวิต และรับผิดชอบในฐานะนายหน้าเท่านั้น


ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย, ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงปริญญาตรี, 2018