กนง. มีมติ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.0% (6 ต่อ 0 เสียง) มองอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ และความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูง
พร้อมติดตามผลกระทบต่อพัฒนาการของเงินเฟ้อต่อไป
o กนง. ยังเห็นว่าภาวะสงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลให้ แนวโน้มการขยายตัวของ GDP ไทยชะลอ โดยส่งผ่านภาระต้นทุนที่สูงขึ้น และค่าครองชีพเพิ่มขึ้นทำให้การบริโภคมีแนวโน้มชะลอ โดยมอง GDP ไทย ปี 2026 และ 2027 เติบโตที่ 1.5% และ 2% ตามลำดับ โดยหากรัฐบาลมีการใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2026 ที่ 3 แสนล้านบาท กนง. คาดจะส่งผลบวกต่อ GDP เพิ่มเติมที่ 0.5% - 0.7%
o กนง. ไม่กังวลภาวะ Stagflation เพราะเศรษฐกิจ (2026) คาดการณ์ยังขยายตัวได้ถึง 1.5% และเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวในระยะถัดไป
o ด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี 2026 ซึ่งแรงผลักดันมาจากราคาพลังงานโลก และการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (Supply-driven inflation) และแนวโน้มเงินเฟ้อจะปรับลดลงในปี 2027 หลังปัจจัยด้านอุปทานคลี่คลาย
o
ทั้งนี้ กนง. มองราคาน้ำมันจะยังคงอยู่
สูงกว่าระดับช่วงก่อนเกิดสงคราม (Pre-war)
แม้สถานการณ์คลี่คลาย จากแหล่งโครงสร้างน้ำมันบางส่วนถูกทำลายจากภาวะสงคราม อีกทั้งสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อ
อาจส่งผลให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ
และมีความเสี่ยงจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าคาด จึงยังต้องติดตามประเด็นดังกล่าว
โดยกนง. แบ่งเป็น 2 กรณี
1. Base Case (ใช้ในการประเมินสำหรับการประชุมรอบนี้เป็นหลัก): สถานการณ์สงครามคลี่คลายภายในครึ่งปีแรก
(H1/2026) ช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาปกติในช่วงครึ่งปีหลัง
สถานการณ์ Supply disruptions คลี่คลาย
2. Worse Case (มองโอกาสต่ำ): สถานการณ์สงคราม ยืดเยื้อตลอดปี 2026 เส้นทางการเดินเรือหยุดชะงัก แต่เรือพอจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้บ้าง ขณะที่ประเด็น Supply disruptions จะถูกกดดันอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปแนวโน้มการใช้นโยบายการเงิน กนง.ยังคงยึด Data dependence ขึ้นอยู่กับข้อมูล ไม่ได้ยึดติดว่าจะไม่ลดดอกเบี้ยแล้ว
มุมมองของเรา
o กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่ตลาดส่วนใหญ่คาดไว้ ส่วนนึงมาจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบก่อนไว้แล้ว และ สถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีความไม่แน่นอนจึงเลือกที่จะรอดูสถานการณ์ ทั้งผลกระทบในเชิงของเศรษฐกิจไทย และเงินเฟ้อ
o ในกรณี Base Case เราคาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังใกล้เคียงกรอบเป้าหมายของ ธปท. ทำให้คาดว่า กนง. จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ yield พันธบัตรไทยที่ขึ้นมามากในช่วงที่มีสงครามในตะวันออกกลาง จึงเป็นจังหวะดีที่จะเข้าลงทุน
o ตลาดหุ้นไทยตอบสนองเชิงบวกเล็กน้อย ในช่วงเวลาประมาณ 14.50 เนื่องจากโดยรวมผลประชุมเป็นไปตามคาด และโทนยังเป็นไปในเชิงบวกอ่อนๆ ขณะที่ความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ยังคงอยู่ เราจึงมองหุ้นปันผลยังคงน่าสนใจลงทุนในสภาวะดังกล่าว
o คำแนะนำการลงทุนสำหรับผู้ต้องการลงทุนหุ้นไทย
(ระดับความเสี่ยงกองทุน / ระดับความเสี่ยงผู้ลงทุน)
ทยอยสะสมกองทุน:
- กองทุน TISCOHD-A(6/4)
o คำแนะนำการลงทุนสำหรับผู้ต้องการลงทุนตราสารหนี้ไทย
(ระดับความเสี่ยงกองทุน / ระดับความเสี่ยงผู้ลงทุน)
ทยอยสะสมกองทุน:
- กองทุน K-FIXED-A
(4/2)
- กองทุน KFAFIX-A
(4/2)
Source: ttb Investment Product Strategist, BOT
หมายเหตุ : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุมมีค่าตอบแทนให้แก่ตัวแทนซื้อหรือขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (trailer fee) โดยหมายถึง การนำค่าธรรมเนียมการจัดการที่บริษัทจัดการกองทุนรวมเรียกเก็บจากกองทุนรวม ไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้แก่ตัวแทนซื้อหรือขาย หน่วยลงทุนของกองทุนรวม (selling agent) เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการเกี่ยวกับการซื้อขายหน่วยลงทุน เช่น การให้คำแนะนำ หรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยลงทุน จึงเป็นค่าธรรมเนียมทางอ้อมที่ผู้ลงทุนได้จ่ายไว้แล้ว อ้างอิงตามประกาศก.ล.ต.ที่ สธ.55/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ 5) ที่กำหนดให้ Selling Agent ต้องเปิดเผยค่าธรรมเนียมการจัดการที่บริษัทจัดการกองทุนรวมเรียกเก็บข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์และการคาดหมาย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด ที่ได้รับมาและพิจารณาแล้วเห็นว่าน่าเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์แท้จริงของข้อมูลดังกล่าว ความเห็นที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ได้มาจากการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด รายงานฉบับนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเสนอหรือคำชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์และจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเท่านั้น มิให้นำไปเผยแพร่ทางสื่อมวลชน หรือโดยทางอื่นใด ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงหรือเป็นผลจากการใช้เนื้อหาหรือรายงานฉบับนี้ การนำไปซึ่งข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมาย ทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว
