external-popup-close

คุณกำลังจะออกจากเว็บไซต์
ttbbank.com ไปยังเว็บไซต์อื่น

ตกลง


                  เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นไปด้วยความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นสมควรจัดทำเอกสารสนับสนุนการปฏิบัติงาน เรื่อง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลนี้ขึ้น เพื่ออธิบายหลักการของการเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีรายละเอียด ดังนี้


บทนำ

       เนื่องด้วยธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (“ธนาคาร”) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักการของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องถูกประมวลผลโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความเป็นธรรมและโปร่งใส
  2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน และชอบธรรม ไม่ขัดต่อกฎหมาย จะต้องไม่นำไปประมวลผลต่อในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เหล่านั้น และไม่สามารถนำไปใช้กับวัตถุประสงค์ใหม่ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมที่ระบุไว้ในตอนแรก สำหรับการใช้ข้อมูลในที่นี่ หมายความรวมถึง การเปิดเผย การโอนข้อมูลส่วนบุคคลด้วย
  3. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล จำต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็น จำกัดเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ได้แจ้งแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  4. ข้อมูลส่วนบุคคลควรมีความถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน จะต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องจะถูกลบหรือแก้ไขโดยไม่ล่าช้า
  5. ข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องไม่เก็บเกินความจำเป็นตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรืออาจเก็บไว้ตามระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
  6. ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องมีมาตรการที่ทำให้มั่นใจว่ามีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลมีความสมบูรณ์ถูกต้อง โดยจัดให้มีมาตรการทั้งในเชิงองค์กรและเชิงเทคนิคที่มีความเหมาะสม และมีการป้องกันการประมวลผลจากบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือการประมวลผลที่ผิดกฎหมาย มีการป้องกันการสูญหาย / เสียหาย / การถูกทำลาย โดยไม่ได้ตั้งใจ
  7. ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎหมายลำดับรองที่ออกมาได้
  8. เพื่อให้การบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน สอดคล้องกับหลักการดังกล่าวข้างต้นและให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ป้องกันและลดความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคล อันอาจสร้างความเสียหายในระดับบุคคลหรือองค์กรได้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้การเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ได้รับความคุ้มครองและปราศจาการล่วงละเมิดใด ๆ
  2. เพื่อให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ และหาวิธีการป้องกันข้อมูลประเภทต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและดีที่สุด
  3. เพื่อให้ธนาคารสามารถแยกประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ซึ่งจะเป็นการง่าย สะดวก และรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น

ขอบเขต

  1. เอกสารฉบับนี้ ครอบคลุมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานกับธนาคาร โดยข้อมูลดังกล่าวธนาคารนำมาเพื่อใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล และเพื่อปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
  2. เอกสารฉบับนี้ ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลผู้สมัครงานกับธนาคาร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และในระบบการจัดเก็บเอกสารที่เป็นเอกสารตัวจริงและสำเนาที่เข้าถึงได้อย่างเป็นระบบ

คำจำกัดความ

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทที่ระบุไว้ในข้อ 1.2 ของเอกสารฉบับนี้

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“ประมวลผล” หมายถึง การดำเนินการหรือชุดการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การจัดเก็บ รวบรวม การบันทึก การจัดระบบ จัดโครงสร้าง การอัปเดตหรือการแก้ไข การดึงข้อมูล การใช้ การเปิดเผยด้วยการส่งต่อ เผยแพร่ หรือ การกระทำใด ๆ เพื่อให้พร้อมใช้งาน การใช้ การรวม การบล็อก การลบหรือการทำลายข้อมูล

“ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

“ผู้สมัครงาน” หมายความว่า บุคคลผู้สนใจและแจ้งความประสงค์เข้ารับการคัดเลือกเป็นพนักงานของธนาคารตามตำแหน่งงานที่ธนาคารเปิดรับสมัคร


หลักเกณฑ์

  1. ประเภทของข้อมูลส่วนลบุคคลของผู้สมัครงานกับธนาคาร
    • 1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
      • - รูปถ่าย
      • - ชื่อ นามสกุล
      • - ข้อมูล/สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (ถ้ามี)
      • - ชื่อนามสกุลของคู่สมรส/บุตร/บิดามารดา/พี่น้อง
      • - สัญชาติ
      • - วัน เดือน ปีเกิด
      • - เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขที่หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
      • - ที่อยู่อาศัยตามสำเนาบัตรประชาชน หรือที่อยู่อาศัยปัจจุบัน
      • - เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลส่วนตัว
      • - วุฒิการศึกษา หรือผลการศึกษา (transcript)
      • - ประสบการณ์การทำงาน หรือประวัติการทำงาน (CV)
      • - ค่าจ้างและค่าตอบแทน
    • 1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว
      • - การนับถือศาสนา
      • - ประวัติการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน และประวัติการรักษาพยาบาล
      • - ประวัติอาชญากรรม
      • - ข้อมูลสถานะเครดิต
      • - ข้อมูลประเภทความพิการ
  2. วัตถุประสงค์ของการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    • 2.1 เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการว่าจ้างของผู้บริหารของสถาบันการเงิน ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน
    • 2.2 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงานและการบริหารจัดการสวัสดิการ เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพื่อจัดการทะเบียนลูกจ้าง กฎหมายความปลอดภัย การขึ้นทะเบียนประกันสังคมและการนำส่งเงินประกันสังคม การจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การนำส่งประวัติการอบรมให้กับกรมพัฒนาและฝีมือแรงงาน การทำบัญชีและรายงานการนำส่งเงินหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    • 2.3 เพื่อให้ธนาคารนำมาประกอบการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของพนักงานเพื่อให้ตรงกับตำแหน่ง หน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายต่อธนาคาร โดยธนาคารได้กำหนดเรื่องดังกล่าวขึ้นเป็นระเบียบข้อบังคับในการทำงาน หรือระเบียบปฏิบัติภายในแล้วแต่กรณี
    • 2.4 เพื่อให้ธนาคารนำมาประกอบเป็นหลักฐานในการจ่ายผลประโยชน์และค่าตอบแทนให้กับพนักงาน
    • 2.5 เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบตามหลักการตรวจสอบและการบัญชี
    • 2.6 เพื่อเป็นหลักฐานกรณีจำเป็นต้องดำเนินคดีกรณีมีข้อพิพาทแรงงาน
    • 2.7 เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลต่าง ๆ ภายใต้ขอบเขตตามสัญญาจ้างแรงงาน
  3. การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
    • 3.1 ธนาคารมีหลักการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
      • (1) ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของผู้สมัครงาน ธนาคารจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของผู้สมัครงาน โดยอาศัยฐานความยินยอมจากผู้สมัครงาน
      • (2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวของผู้สมัครงาน ธนาคารจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวของผู้สมัครงาน โดยอาศัยฐานความยินยอมจากพนักงานเป็นการ เฉพาะในแต่ละกรณี
    • 3.2 วิธีการจัดเก็บข้อมูล หรือเอกสารที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล
      ธนาคารมีวิธีการจัดเก็บข้อมูล หรือเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นมาตรฐาน มีระบบการควบคุม และสามารถตรวจสอบการเข้าถึงฐานข้อมูลได้ โดยมีวิธีการจัดเก็บ ดังนี้
      • (1) เอกสารข้อมูลส่วนบุคคล จะจัดเก็บไว้ในแฟ้มประวัติของผู้สมัครงานแต่ละราย เพื่อใช้ยืนยันตัวตนของผู้สมัครงาน ประกอบการบริหารงานบุคคลตามสัญญาจ้าง และ/หรือปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
      • (2) ข้อมูลส่วนบุคคล จะบันทึกลงในระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคาร เพื่อใช้สำหรับประกอบการบริหารงานบุคคลตามสัญญาจ้างและ/หรือปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยธนาคารได้กำหนดวิธีการเข้าถึงข้อมูล การใช้ข้อมูล และการขอข้อมูลระหว่างหน่วยงานภายในธนาคาร ดังนี้

        การกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูล

        หัวหน้างานจะเป็นผู้พิจารณาสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของผู้สมัครงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ และแจ้ง คำขอสิทธิเข้าถึงข้อมูลมายังหน่วยงานสารสนเทศทรัพยากรบุคคล (HCM) บริหารผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ เพื่อพิจารณาอนุมัติและดำเนินการ

        การขอข้อมูลจากหน่วยงานภายในธนาคาร

        ให้หน่วยงานผู้ขอข้อมูลกรอกข้อมูลคำขอลงในแบบฟอร์มที่ธนาคารกำหนด พร้อมระบุเหตุผลความจำเป็นประกอบคำขอ โดยต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามที่ธนาคารกำหนด

        ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวข้างต้น ให้หัวหน้าบริหารผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ เป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัยตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับระเบียบของธนาคาร

  4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    ธนาคารอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคล/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
    • 4.1 บริษัทในเครือ
    • 4.2 ผู้รับจ้างที่เป็นคู่สัญญากับธนาคาร ตลอดจนพนักงานหรือที่ปรึกษาของผู้รับจ้างดังกล่าว เช่น การว่าจ้างพัฒนาโปรแกรมเกี่ยวกับงานทรัพยากรบุคคล การว่าจ้างโรงพยาบาลให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีพนักงานหรือตรวจสุขภาพก่อนเข้างาน บริษัทประกันภัยที่รับประกันสุขภาพตามสิทธิในสวัสดิการที่พนักงานได้รับจากธนาคาร ผู้รับจ้างออกบัตรสติ๊กเกอร์จอดรถ บริษัทจัดการที่บริหารเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผู้ว่าจ้างตรวจสอบภายนอก เป็นต้น
    • 4.3 หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ศาลในกรณีที่ฟ้องร้องธนาคารและพนักงานเป็นจำเลยร่วมกัน เป็นต้น
  5. ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
    สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน ธนาคารจจะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เกินกว่าความจำเป็นของธนาคาร โดยจะมีการทำลายเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 2 ปี
  6. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ธนาคารได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลของพนักงานเช่นเดียวกับการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า อาทิ มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากธนาคารใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และธนาคารได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และมาตรฐานขั้นต่ำดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ตามที่จำเป็นและเหมาะสม
    นอกจากนี้ ธนาคารยังกำหนดให้คู่สัญญาของธนาคารมีหน้าที่ต้องรักษาความลับข้อมูลของพนักงานในมาตรฐานเดียวกันกับที่คู่สัญญานั้น ๆ ต้องรักษาความลับในข้อมูลภายในของตนเอง
  7. สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานกับธนาคาร
    • 7.1 สิทธิขอเพิกถอนความยินยอม
            มีสิทธิขอเพิกถอนความยินยอมที่ให้ธนาคารจัดเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล เว้นแต่มีกรณีจำเป็นบางประการที่จะไม่สามารถเพิกถอนความยินยอมได้ เช่น มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่พนักงานอยู่จากการที่พนักงานมีบริการและ/หรือผลิตภัณฑ์ และ/หรือมีภาระหนี้หรือภาระผูกพันอยู่กับธนาคาร
            อย่างไรก็ดี การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานจากการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของธนาคารตามสัญญาจ้างและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของพนักงาน จึงควรสอบถามถึงผลกระทบจากธนาคารก่อนเพิกถอนความยินยอม
            แม้จะมีการเพิกถอนความยินยอมดังกล่าว หรือไม่ได้เป็นพนักงานของธนาคารอีกต่อไป ธนาคารอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลของพนักงานต่อไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือต้องเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์การตรวจสอบทั้งของพนักงานเองและของธนาคาร เช่น กรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนด เป็นต้น
    • 7.2 สิทธิขอทราบข้อมูลส่วนบุคคล
            มีสิทธิขอทราบและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของธนาคาร หรือขอให้ธนาคารเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่พนักงานไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
    • 7.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล
            มีสิทธิขอรับข้อมูลในกรณีที่ธนาคารได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ดังนี้
      • (1) ขอให้ธนาคารส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
      • (2) ขอรับข้อมูลที่ธนาคารส่งหรือโอนข้อมูลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่สภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
    • 7.4 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
            มีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยที่เกี่ยวกับพนักงาน ในกรณีดังนี้
      • (1) กรณีที่เป็นข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ด้วยเหตุจำเป็น เพื่อการดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์สาธารณะของธนาคาร หรือเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของธนาคารหรือของบุคคลอื่น ซึ่งเหตุจำเป็นดังกล่าวเป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมจากพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ กรณีเป็นไปโดยผลของการบังคับใช้กฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
      • (2) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของธนาคาร
    • 7.5 สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล
            มีสิทธิขอให้ธนาคารลบหรือทำลาย ระงับการใช้ชั่วคราว หรือทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลว่าเป็นพนักงานได้ โดยพนักงานจะใช้สิทธิในข้อนี้ได้เฉพาะกรณีที่ธนาคารไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แห่งกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
      นอกจากการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราวตามกรณีข้างต้น พนักงานอาจขอให้ระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราว ในกรณีดังนี้
      • (1) เมื่อธนาคารอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามที่พนักงานร้องขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
      • (2) เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บข้อมูลตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม แต่พนักงานมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
      • (3) เมื่อธนาคารอยู่ระหว่างการพิสูจน์หรือตรวจสอบ เพื่อปฏิเสธการคัดค้าน
    • 7.6 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
            มีสิทธิร้องขอให้ธนาคารดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
    • 7.7 สิทธิร้องเรียน
            มีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในกรณีธนาคาร หรือผู้ประมวลผลข้อมูล รวมทั้งลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของธนาคารหรือผู้ประมวลผลส่วนบุคคล ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • 7.8 สิทธิคัดค้านผลการวิเคราะห์ด้วยระบบอัตโนมัติ
            มีสิทธิร้องขอให้ธนาคารทำการทบทวนผลการวิเคราะห์ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยให้ใช้พนักงานของธนาคารดำเนินการแทนระบบอัตโนมัติ
      สิทธิดังกล่าวข้างต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ธนาคารอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำร้องขอได้ หากธนาคารมีเหตุจำเป็นอย่างอื่น เช่น ขัดต่อกฎหมายอื่น ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นต้น
  8. ขั้นตอนการขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ผู้สมัครงานมีความประสงค์ขอใช้สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามข้อ 7. หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองเบื้องต้น สามารถติดต่อสอบถามได้ผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้
    • (1) อีเมล : EmployeeRelations@ttbbank.com
    • (2) โทรศัพท์ : 02-299-1740 กด 2